
Econ View and Investment Advice
CEO Viewsเศรษฐกิจไทยน่าจะมีปัญหายาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะปัญหาการเมืองยังไม่มีทิศทางว่าจะจบได้เร็ว ประเทศไทยอาจจะเติบโตในอัตราต่ำกว่า 2% ในปีนี้ ถึงแม้ว่าตัวเลขการส่งออกของเดือนที่ผ่านมาจะโตได้ แต่คำสั่งซื้อสินค้า ณ ปัจจุบันถูกยกเลิก เพราะผู้สั่งซื้อต่างประเทศบางรายกลัวความเสี่ยงว่าไทยจะส่งสินค้าให้ไม่ทัน จึงเริ่มหันไปสั่งซื้อจากประเทศอื่นกันบ้างแล้ว และธุรกิจท่องเที่ยวก็มาได้รับผลกระทบเพิ่มอีกจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคงจะต้องพยายามส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศมุ่งจุดหมายไปยังต่างจังหวัดแทน
CEO Viewsเศรษฐกิจไทยน่าจะมีปัญหายาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะปัญหาการเมืองยังไม่มีทิศทางว่าจะจบได้เร็ว ประเทศไทยอาจจะเติบโตในอัตราต่ำกว่า 2% ในปีนี้ ถึงแม้ว่าตัวเลขการส่งออกของเดือนที่ผ่านมาจะโตได้ แต่คำสั่งซื้อสินค้า ณ ปัจจุบันถูกยกเลิก เพราะผู้สั่งซื้อต่างประเทศบางรายกลัวความเสี่ยงว่าไทยจะส่งสินค้าให้ไม่ทัน จึงเริ่มหันไปสั่งซื้อจากประเทศอื่นกันบ้างแล้ว และธุรกิจท่องเที่ยวก็มาได้รับผลกระทบเพิ่มอีกจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคงจะต้องพยายามส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศมุ่งจุดหมายไปยังต่างจังหวัดแทน
จากข้อมูลของ PWC ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นของ CEO ที่มาร่วมงาน World Economic Forum ซึ่งจัดที่ Davos สวิตเซอร์แลนด์ เกี่ยวกับประเทศที่น่าลงทุน (ยกเว้นกลุ่ม BRIC) พบว่า ประเทศไทยมีอันดับความน่าลงทุนอยู่ในอันดับที่ 8 ส่วนสหรัฐได้อันดับที่ 1 ทั้งนี้ อันดับดังกล่าวเป็นความเห็นในระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ ดังนั้น แม้จะมีอุปสรรคจากการเมือง แต่ในระยะยาวมองว่าเรายังมีความหวังอยู่มาก
CIO views
เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะฟื้นตัว ซึ่งได้สะท้อนไปในดัชนีของกลุ่มประเทศเหล่านั้นแล้วในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบยังคงมีอยู่ เช่น
ปัญหาหนี้ในยุโรป ซึ่ง ECB กำลังจะทำ Asset Quality Review (AQR) หรือการทดสอบคุณภาพของสถาบันการเงินในยุโรป อีกครั้งหนึ่ง
ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนที่มีปัญหา Shadow Banking การชะลอตัวลงของภาคธุรกิจจีน
การลดวงเงิน QE ลงของ FED จะทำให้มีเงินไหลออกจาก กลุ่ม Emerging Market อย่างต่อเนื่อง
Abenomics ของนายกฯ ญี่ปุ่น ที่จะปรับขึ้นภาษีขาย และขึ้นเงินเดือนพนักงาน ยังจะต้องเผชิญอุปสรรคอีกหลายด่าน เพราะภาคธุรกิจยังไม่มั่นใจกับนโยบายดังกล่าว
Consensus ของนักวิเคราะห์เชื่อว่าเศรษฐกิจประเทศไทยจะเติบโตในระดับต่ำกว่า 3% โดยช่วงครึ่งปีแรกจะไม่โตเลย หรืออาจจะถึงขั้นโตติดลบ แต่ครึ่งปีหลังจะกลับมาโตขึ้นได้
ประเทศไทยเองมีปัญหาเรื่องการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มชาวนาที่ไม่มีเงินไปจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภคแล้ว เพราะยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าว
ปัจจัยดังกล่าวทำให้เรามองว่า ดัชนี SET จะไม่ไปไหน หรือจะยังคงมีลักษณะ Sideway ขึ้นลงในกรอบแคบๆ ดังเดิม เพราะได้สะท้อนปัจจัยลบเข้าไปมากแล้ว
จากการล็อกทางการเมือง ความหวังของประเทศตอนนี้จึงอยู่ที่กระบวนการยุติธรรม ส่วนภาคเศรษฐกิจ ตัวเลขการส่งออกเชื่อว่าจะกลับมาเติบโตได้ 58% จากกลุ่มส่งออกรถยนต์ และส่วนประกอบรถยนต์เป็นหลัก
คำแนะนำการลงทุน
นักลงทุนที่ยังกังวลอยู่ แนะนำให้พักเงินในกองทุนรวมตลาดเงิน หรือกองทุนตราสารหนี้ นอกจากนี้ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหุ้นแล้วก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเมื่อเทียบกับราคา ณ ปัจจุบัน หลายๆ กองทุนสูงกว่า 10%
สำหรับท่านที่เชื่อว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์มักจะปรับตัวก่อนเศรษฐกิจจริง 6 เดือน ถึง 1 ปี ขณะนี้เศรษฐกิจไทยเริ่มมีทิศทางแย่ลงตามดัชนี SET ในปีที่ผ่านมาแล้ว และช่วงนี้ตลาดจะยังอยู่ในช่วงรับข่าวร้ายและไม่มีทิศทางชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าหากเริ่มมีข่าวดีแล้วตลาดจะกลับมาเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง ดังนั้น หากท่านเป็นนักลงทุนที่เชื่อในแนวความคิดนี้ ก็เป็นช่วงที่ดีที่จะทยอยสะสมหุ้นหรือกองทุนหุ้นเพื่อรอจังหวะการกลับมาของ SET
ส่วนผู้ที่ต้องการรับผลของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ให้พิจารณาเลือกลงทุนในกองทุนหุ้นต่างประเทศให้เหมาะสมต่อแผนการลงทุนของแต่ละคน ซึ่งเรามีกองทุนที่ลงทุนใน Health Care Sector ในกิจการที่คัดสรรแล้วทั่วโลก ได้แก่ BCARE







