
ดึงหุ้นลุ่มแม่น้ำโขง
ตลท.เร่งจัดตั้งกระดานGMSให้ทันปีนี้เปิดโอกาสบจ.ออกไปลงทุนเพื่อนบ้านเข้ามา
ตลท.เร่งจัดตั้งกระดานGMSให้ทันปีนี้เปิดโอกาสบจ.ออกไปลงทุนเพื่อนบ้านเข้ามา
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมคลอดกระดานหุ้น GMS และดัชนีหุ้น GMS รองรับบริษัทลุ่มแม่น้ำโขง
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภายในปี 2557 นี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแนวคิดจะจัดตั้งกระดานหุ้น GMS เพื่อรองรับการจดทะเบียนบริษัทในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทในลาว พม่า กัมพูชา และจีนตอนใต้ ที่ไม่สามารถเข้าจดทะเบียนในกระดานหลักตามช่องทางปกติได้ เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องของคุณสมบัติอาจยังไม่ตรงตามเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ แต่ต้องการเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะมีสภาพคล่องซื้อขายสูง และอัตราราคาต่อกำไรสุทธิ (พี/อี) อยู่ในระดับที่ดี
กระดานหุ้น GMS ถือเป็นการเพิ่มสินค้าของตลาดหุ้นไทยให้มีความหลากหลาย และพบว่าในหลายๆ ประเทศได้จัดทำแล้ว เช่น ตลาดหุ้นสิงคโปร์ แต่ตลาดหุ้น GMS อาจจะมีความเสี่ยงสูงในการลงทุน ดังนั้น จะจำกัดผู้ที่สามารถเข้าลงทุนได้ จะต้องเป็นนักลงทุนสถาบันประเภท Accredited Investors : AI ซึ่งมีศักยภาพในการลงทุนและรับความเสี่ยงได้สูง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เห็นชอบกับแนวทางดังกล่าว เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยังไม่สามารถเปิดให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนโดยตรง เพราะต้องดูแลเรื่องคุณภาพของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) รวมถึงความกังวลในเรื่องการปกป้องดูแลผู้ลงทุน เพราะแนวทางนี้จะจำกัดผู้เข้าลงทุนจะต้องเป็นผู้ลงประเภท AI เท่านั้น เป็นการเตือนว่าเป็นกระดานที่มีความเสี่ยง
ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังหารือเรื่องเกณฑ์กับทาง ก.ล.ต. ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์การรับบริษัทต่างชาติในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงจะเป็นการจดทะเบียน 2 ตลาด (ดูโอลิสติ้ง) หรือจดทะเบียนข้ามตลาด(ครอสลิสติ้ง) เพราะทางประเทศในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงคงไม่อยากให้มูลค่าการเติบโตมาอยู่ที่ประเทศไทยเพียงข้างเดียว
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีแนวคิดจะจัดทำดัชนี GMS โดยจะนำ บจ.ไทยที่มีการทำธุรกิจและการลงทุนในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงเข้ามาคำนวณเป็นดัชนี
ทั้งนี้ การค้ากับประเทศเพื่อนบ้านและการส่งออกเป็นจุดเด่นของประเทศ โดย 50-60% ของบริษัท 100 อันดับแรกของตลาดหุ้นไทย มีรายได้จากต่างประเทศเกิน 40%
สำหรับแรงขายของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พ.ย. 2556-ม.ค. 2557 รวมแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท สูงสุดในตลาดหุ้นภูมิภาคนี้ เป็นเพราะนักลงทุนต่างชาติจะเลือกขายในตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนดี ซึ่งตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 13 ก.พ. ตลาดหุ้นไทยมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 1% ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นๆ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินเดีย มีผลตอบแทนติดลบ และแรงขายดังกล่าวน่าเป็นเพียงการขายทำกำไรลดระดับจากเหนือตลาด (โอเวอร์เวจ) ลงมาระดับเท่ากับตลาด (นิวเทรียล) ยังไม่ถึงขั้นลดน้ำหนักให้ต่ำกว่าตลาด
“ต่างชาติซื้อหุ้นไทยติดต่อกัน 2-3 ปี และมีต้นทุนในระดับต่ำกว่าดัชนี 1,000 จุด ตลอด 3 ปี ยกเว้นปี 2556 มีผลตอบแทนปีละ 30% รวมแล้ว100% เชื่อว่าต่างชาติไม่ได้หายไปไหน เพราะปัจจุบันยังซื้อขายวันละ 1 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่วนรายย่อยหายไปเหลือเพียง 1.4 หมื่นล้านบาท จากปีก่อน 2.9 หมื่นล้านบาท” นายภากร กล่าว







