
“ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” ดีไซน์เด่น เทคโนโลยีโดน
ถึงคราที่รถพิมพ์นิยมในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บีเซ็กเมนต์) อย่าง “ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” ปรับโฉมครั้งใหญ่สู่เจเนอเรชั่นที่ 4 ด้วยเป้าหมายที่ฮอนด้าวางไว้ที่จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั่วโลก ในฐานะยนตรกรรมสำหรับการจำหน่ายในทุกภูมิภาคของโลก
ถึงคราที่รถพิมพ์นิยมในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บีเซ็กเมนต์) อย่าง “ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” ปรับโฉมครั้งใหญ่สู่เจเนอเรชั่นที่ 4 ด้วยเป้าหมายที่ฮอนด้าวางไว้ที่จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั่วโลก ในฐานะยนตรกรรมสำหรับการจำหน่ายในทุกภูมิภาคของโลก
ดังนั้น จึงเป็นที่มาของการ่วมเดินทางของ “โพสต์ทูเดย์” ในการลองขับและสัมผัสถึงสมรรถนะกันที่ จ.เชียงราย ระยะทางกว่า 190 กม. ในสภาพเส้นทางหลากรูปแบบ เพื่อให้รับรู้ถึงความตั้งใจของวิศวกรที่ออกแบบมา ซึ่งรุ่นที่ได้ลองขับเป็นตัวท็อปสุดในรุ่น (SV+)
“ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” มาพร้อมสโลแกนที่ว่ายนตรกรรมที่ไม่หยุดแค่คำว่าที่สุด (Be Your BEST) ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ชื่อว่า TAKUMI (งานฝีมือที่มีความชำนาญระดับสูง) พร้อมแนวคิดการออกแบบที่เรียกว่า “Exciting H Design” ซึ่งคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1.ล้ำสมัยใช้งานง่าย 2.แสดงพลังแห่งการขับเคลื่อน 3.ทุกรายละเอียดตอบสนองประสาทสัมผัสทั้งห้า และเทคโนโลยีเอิร์ทดรีมซึ่งเป็นหัวใจในการขับเคลื่อน
การออกแบบภายนอกถูกปรับโฉมใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดท้าย เพิ่มความปราดเปรียวและหรูหรายิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าแบบแพลทินัมและไฟหน้าแบบ 4 ดวง ให้ความสว่างเช่นเดียวกับแสงสะท้อนจากเหลี่ยมมุมของเพชร ไล่เรียงไปด้วยเส้นสายด้านข้างที่ให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนรถสปอร์ตคูเป้ พร้อมเสาอากาศแบบครีบฉลาม จนกระทั่งไฟท้ายที่ถูกออกแบบให้ยาวต่อเนื่องตลอดฝากระโปรงท้ายรับกับคิ้วโครเมี่ยมดูสง่างาม
ขณะที่ภายในให้อารมณ์ความสปอร์ตล้ำสมัยตั้งแต่แรกเห็น ด้วยการให้สีสันและการออกแบบภายในอันเลื่องชื่อของฮอนด้า ซึ่งส่วนตัวสัมผัสได้ถึงความเป็น “อวกาศ” ที่ให้สีสันดำตัดเมทัลลิก พร้อมการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ให้ใช้งานสะดวก ไม่ว่าจะเป็นจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้วแบบ Advance Touch ซึ่งสามารถรองรับการเชื่อมต่อระบบความบันเทิงทุกรูปแบบ รวมถึงการแสดงผลของข้อมูลรถ และแสดงผลเป็นกล้องส่องภาพด้านหลังขณะถอยจอดได้อีกด้วย รวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผงควบคุมระบบสัมผัส พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด ... ดูไฮโซมั่กๆ
สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า คือ ห้องโดยสารที่ถูกขยายให้กว้างขวางเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งขนาดใหญ่(ดีเซ็กเมนต์) ขณะที่ตัวรถอยู่ในกลุ่ม บีเซ็กเมนต์ ซึ่งใช้วิธีออกแบบขยายฐานล้อให้กว้างขึ้น พร้อมการปรับตำแหน่งการวางเบาะที่นั่งเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย แต่ความกว้างยาวของตัวถังเท่าเดิม โดยจุดนี้ต้องยอมรับว่าใหญ่จริงๆ
ยังไม่จบกับการออกแบบภายใน เพราะจุดเด่นอีกอย่างคือความเงียบในห้องโดยสาร การลดแรงสั่นสะเทือนที่เก็บเสียงได้ดีเพราะเพิ่มวัสดุซับเสียงในหลายจุด
ด้านสมรรถนะใน “ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” คันนี้ ถูกปรับจูนใหม่หมดบนพื้นฐานเครื่องยนต์เบนซิน SOHC iVTEC ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 146 นิวตันเมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (ซีวีที)
ผลจากการลองขับคันนี้ ค่อนข้างประทับใจการตอบสนองของอัตราเร่งในทุกย่านความเร็ว ไม่ว่าจะเป็นช่วงออกตัวหรือจะช่วงเร่งแซง ซึ่งมาทราบในภายหลังว่าน้ำมันที่เติมให้ได้ลองขับกันเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี85 !!! ซึ่งต้องถือได้ว่าทำได้ดี เพราะตอนเหลือบตาดูที่ความเร็วระดับ 120 กม./ชม. เห็นรอบเครื่องป้วนเปี้ยนอยู่ที่ประมาณ 2,000 รอบต่อนาทีเท่านั้น ... นั่นหมายความว่าให้แรงบิดสูงในรอบเครื่องต่ำ ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือการประหยัดน้ำมัน
และเมื่อทำงานร่วมกับช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดเช่นกันกับการปรับสร้างความสมดุลและความสะดวกสบายในการขับขี่ ที่ต้องบอกอย่างนี้ว่าเป็นช่วงล่างที่ซึมซับแรงกระแทกได้ดีระดับหนึ่ง พร้อมกับการทรงตัวที่ใช้ได้ แต่เมื่อถึงช่วงความเร็วสูงก็มีบ้างที่ออกอาการให้เห็นนิดๆ ส่วนหนึ่งที่สัมผัสได้อาจจะมีจากน้ำหนักพวงมาลัยที่เบาไปสักนิด แต่ก็เข้าใจได้เพราะความตั้งใจที่จะทำให้สามารถบังคับเลี้ยวได้ง่าย ซึ่งถ้าปรับอีกนิดหน่อยน่าจะสร้างความสนุกสนานในการขับขี่ได้มากขึ้น
ที่ขาดไม่ได้ในรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่หลายคนจะถามถึงกัน คือ ระบบความปลอดภัยของตัวรถ ซึ่งแน่นอนหายห่วงได้ใน “ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” คันนี้ เพราะระบบความปลอดภัยที่ให้มาถือได้ว่าไม่น้อยหน้ารถยนต์ในระดับที่สูงกว่าเลย ประกอบด้วย การออกแบบโครงสร้างตัวถังที่มีความทนทาน High Rididity Body พร้อมกับเทคโนโลยี GCON เพื่อปกป้องหากเกิดกรณีฉุกเฉิน ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบการควบคุมการทรงตัว (VSA) และอื่นๆ อีกมากมายเสริมความมั่นใจขณะขับขี่ได้เป็นอย่างดี
ดังนั้น “ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน บอกได้คำเดียวเลยว่าเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความคุ้มค่าของออปชั่นต่างๆ แต่มีบ้างในด้านสมรรถนะเล็กๆ น้อยๆ ที่บางจุดอาจเทียบไม่เท่ากัน
เบ็ดเสร็จรวมแล้วถือได้ว่าจุดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นรับได้กับความคุ้มค่าที่ได้รับทั้งหมด ด้วยราคาค่าตัวที่ 7.49 แสนบาท







