
พฤกษาลดเปิดโครงการปี’57
เตรียมพร้อมรับมือการเมืองยืดเยื้อหดจาก50เหลือ30โครงการกว่า3หมื่นล้าน
เตรียมพร้อมรับมือการเมืองยืดเยื้อหดจาก50เหลือ30โครงการกว่า3หมื่นล้าน
พฤกษา ลดแผนเปิดโครงการใหม่เหลือ 30 โครงการ มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท พร้อมชะลอซื้อที่ดิน
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่อีกครั้ง เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ปัญหาการเมืองยังไม่นิ่ง โดยปีนี้คาดว่าจะเปิดโครงการใหม่เพียง 30 โครงการ มูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์เฮาส์ 17 โครงการ บ้านเดี่ยว 7 โครงการ คอนโดมิเนียม 5 โครงการ และโครงการในต่างประเทศ 1 โครงการ ทั้งหมดนี้มากกว่า 80% เป็นบ้านแนวราบ
นอกจากนี้ จะเน้นเจาะตลาดบ้านระดับกลางล่าง ราคา 13 ล้านบาท เป็นหลัก สัดส่วน 60% ของโครงการใหม่ทั้งหมด รองลงมาเป็นราคา 35 ล้านบาทสัดส่วน 24% ของโครงการใหม่ เพราะเป็นกลุ่มความต้องการจริง หรือเรียลดีมานด์ ส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่ต้องรอดูสถานการณ์บ้านเมืองอีกครั้ง โดยเฉพาะการเปิดตัวคอนโดมิเนียม จะรอให้ความเชื่อมั่นผู้ซื้อกลับมาก่อน โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมายังไม่มีโครงการใหม่เปิดตัวเลย
“คอนโดมิเนียมไม่เหมือนบ้านแนวราบ ที่ต้องอาศัยอารมณ์ในการซื้อ และการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ช้า ไม่ได้มีผลกับรายได้ เพราะแม้จะเปิดขายวันนี้ ก็ไม่สามารถรับรู้รายได้ในปีนี้ได้ ไม่เหมือนบ้านแนวราบที่รับรู้ได้เร็ว” นายทองมา กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้จะปรับเลื่อนแผนการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ออกไป แต่ทุกโครงการที่มีที่ดินแล้ว จะเตรียมพร้อมเปิดขายเสมอ เช่น ออกแบบ ยื่นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หากตลาดฟื้นตัวกลับมาเร็วก็เปิดขายได้ทันที
ขณะที่แผนการซื้อที่ดินใหม่สำหรับพัฒนาโครงการในปี 2558 ที่เตรียมงบประมาณไว้ 1 หมื่นล้านบาท จะชะลอออกไปก่อน เพราะต้องรอดูสถานการณ์ที่เหมาะสมเช่นกัน อีกทั้งแม้ว่าขณะนี้ความต้องการซื้อที่ดินของผู้ประกอบการจะน้อยลง แต่ราคาที่ดินไม่ได้ลดลง ส่วนโครงการที่จะพัฒนาในปีนี้ มีที่ดินพร้อมอยู่แล้ว
สำหรับปัจจุบันพฤกษามีโครงการที่อยู่ระหว่างขาย 164 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 5.9 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4.1-4.5 หมื่นล้านบาท ถ้าปัญหาการเมืองยืดเยื้อจนถึงระดับเลวร้ายสุด จะมีผลให้ยอดขายลดลง 8,000 ล้านบาท แต่ถ้าเหตุการณ์จบเร็วและฟื้นตัวกลับมา คาดจะกระทบกับยอดขาย 3,000 ล้านบาท ส่วนเป้ารับรู้รายได้อยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านบาท
ด้านผลประกอบการปี 2556 มียอดขาย 41,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่มียอดขาย 29,397 ล้านบาท รายได้รวม 39,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่มีรายได้รวม 27,141 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 5,801 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่ 3,898 ล้านบาท
ทั้งนี้ พฤกษาประเมินภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยไทยในปี 2556 ว่าจะเติบโต 4% เมื่อเทียบกับปี 2555 โดยตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มูลค่า 348,536 ล้านบาท แต่หากเกิดสถานการณ์รุนแรง ตลาดรวมอาจลดลง 2%







