posttoday
เซ็นทรัลผลัดรุ่นรอบ30ปี"ทศ"ผงาดแม่ทัพลงทุน 4.4 หมื่นล.

เซ็นทรัลผลัดรุ่นรอบ30ปี"ทศ"ผงาดแม่ทัพลงทุน 4.4 หมื่นล.

19 กุมภาพันธ์ 2557

นับเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในรอบเกือบ 30 ปี สำหรับกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อนำองค์กรก้าวสู่ผู้นำค้าปลีกและบริการระดับภูมิภาคเอเชียในอีก 10 ปีจากนี้ ทั้งการปรับโครงสร้างองค์กร เสริมทีมผู้บริหารใหม่ การซินเนอร์จีหน่วยงานเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ

นับเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในรอบเกือบ 30 ปี สำหรับกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อนำองค์กรก้าวสู่ผู้นำค้าปลีกและบริการระดับภูมิภาคเอเชียในอีก 10 ปีจากนี้ ทั้งการปรับโครงสร้างองค์กร เสริมทีมผู้บริหารใหม่ การซินเนอร์จีหน่วยงานเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ

สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ กรรมการและประธานคณะที่ปรึกษา บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “The Next Chapter of Central Group” เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างองค์กรภายในกลุ่ม โดยเป็นการปรับเปลี่ยน 3 ส่วน ได้แก่ 1.การปรับโครงสร้างองค์กร แบ่งกลุ่มธุรกิจจากเดิม 5 กลุ่ม เป็น8 กลุ่ม โดยกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเดิม ภายใต้บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ถูกแยกออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจใหม่ และส่วนที่ 2 การปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูง 10 คน เพื่อเป็นขุนพลขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจ

โครงสร้างใหม่ดังกล่าว ประกอบด้วย 1.กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า มี ยุวดี จิราธิวัฒน์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ 2.กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ดูแลโดย ปาสคาล บิลโลว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ 3.กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า มอบหมายให้ สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ดูแล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ 4.กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือ ออนไลน์ โดย วรวุฒิ อุ่นใจประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่

ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่ไม่ได้ปรับโครงสร้าง กลุ่มที่ 5.ธุรกิจศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ แต่งตั้ง ปรีชา เอกคุณากูล เป็นผู้ดูแล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ 6.กลุ่มธุรกิจบริหารและจัดการสินค้านำเข้า โดย พิชัย จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ 7.กลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท โดย ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ 8.กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร นำโดย ธีระเดช จิราธิวัฒน์ ซึ่งทุกคนจะดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ในแต่ละธุรกิจ รวมทั้งแต่งตั้งหน่วยงานสนับสนุนส่วนกลาง และกลุ่มการเงินขึ้นมาพิเศษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ในส่วนที่ 3.การปรับโครงสร้างคณะกรรมการชุดใหม่ นำโดย สุทธิชัย จิราธิวัฒน์ ตำแหน่งประธานกรรมการ โดยมี สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ และสุทธิชาติ จิราธิวัฒน์ ตำแหน่งรองประธานกรรมการ ส่วนการดูแลทั้ง 8 กลุ่มธุรกิจจะอยู่ภายใต้คณะกรรมการบริหาร หรือ (EXCOM) นำโดย ทศ จิราธิวัฒน์

ด้าน ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า แม้การชุมนุมทางการเมืองจะยืดเยื้อลากยาว 6 เดือน เศรษฐกิจจะชะลอการเติบโต กำลังซื้อผู้บริโภคลดลงและไม่มีอารมณ์ช็อปปิ้ง ทำให้การเข้าศูนย์การค้าในช่วงชุมนุมลดลง 10% แต่บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนปีนี้ 4.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปี 2556 ที่ลงทุน 3.3 หมื่นล้านบาท

“6 ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัลผ่านวิกฤตมาหลายรูปแบบ ทั้งการชุมนุมการเมืองปี’53 เกิดน้ำท่วมปลายปี’54 หรือกระทั่งวิกฤตเศรษฐกิจปี’40 และปีนี้เกิดการชุมนุมที่ลากยาว เรามีภูมิคุ้มกัน และเน้นการลงทุนระยะยาวมากกว่า เพียงแต่ต้องบริหารความเสี่ยงการเงิน รวมทั้งเชื่อว่าหากการชุมนุมลากยาว ผู้บริโภคจะเริ่มชินและปรับตัวออกมาจับจ่ายเหมือนเดิม อีกทั้งเงินบาทอ่อนยังส่งผลให้คนไทยช็อปปิ้งในประเทศมากขึ้น และนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น” ทศ กล่าว

สำหรับรายได้ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 14% หรือราว 2.67 แสนล้านบาท นับว่าเป็นการเติบโตต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยประเมินจากสถานการณ์ทางการเมืองแล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้บริษัทเติบโต 20% มาต่อเนื่อง ซึ่งหากไม่มีปัจจัยลบจากการเมือง คาดว่าจะเติบโตได้ 16% ส่วนปีที่ผ่านมาเติบโต 19% รายได้ 233,993 ล้านบาท

ทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจค้าปลีกจะเป็นเรือธงของกลุ่มเซ็นทรัล โดยใช้เงินลงทุนสูงสุด 70% และสร้างรายได้ในสัดส่วน 70% แต่งบลงทุนที่วางไว้ยังไม่รวมงบสำหรับซื้อหรือควบรวมกิจการที่อยู่ระหว่างเจรจาไม่ต่ำกว่า 10 รายการ (อ่านแผนการลงทุนตามกราฟฟิกประกอบ)

ขณะเดียวกัน ปีนี้จะเป็นปีแห่งการขยายตัวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเต็มรูปแบบ โดยจะเปิดธุรกิจใน 3 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซียสร้างศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ไอซิตี้ อินโดนีเซีย เปิดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แกรนด์อินโดนีเซีย เดือนก.ย.ส่วนและเวียดนาม เปิดห้างโรบินสัน 2 สาขา ซูเปอร์สปอร์ต 4 สาขา และกลุ่มธุรกิจแฟชั่นนำเข้าซีอาร์จีและอื่นๆ เกือบ 50 สาขา ซึ่งเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัลไม่มีรายได้จากต่างประเทศเลย แต่จากแผนการขับเคลื่อนก้าวสู่ผู้นำค้าปลีกระดับภูมิภาคเอเชีย ในปี 2567 ต้องการสร้างรายได้ต่างประเทศ เพิ่มจาก 15% เป็น 30-50% และในประเทศเหลือ 50-70%พร้อมกับประกาศเข้าซื้อกิจการในไทย อาเซียน ยุโรป เพื่อผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างน้อย 34% ต่อปีเลยทีเดียว ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกในประเทศจีนยอมรับว่ายังอยู่ในภาวะชะลอตัวต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท