
กยศ.ขีดเส้นตายยึดทรัพย์นร.เบี้ยวหนี้
กยศ.เอาจริง 31 มี.ค.นี้ นักเรียนที่เบี้ยวหนี้ตั้งแต่ปี 2547 หากไม่จ่ายหนี้คืน รับรองถูกยึดอายัดทรัพย์แน่
กยศ.เอาจริง 31 มี.ค.นี้ นักเรียนที่เบี้ยวหนี้ตั้งแต่ปี 2547 หากไม่จ่ายหนี้คืน รับรองถูกยึดอายัดทรัพย์แน่
แหล่งข่าวจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า กองทุนฯ จะดำเนินการบังคับคดีกับผู้กู้ยืมเงิน กยศ.ที่ถูกศาลสั่งดำเนินคดีและไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาในปี 2547 โดย กยศ.จะทำการบังคับคดีด้วยการยึดหรืออายัดทรัพย์ของผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันที่ถูกดำเนินคดีในปี 2547 แล้วไม่มาชำระหนี้ให้ครบถ้วนตามคำพิพากษา ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี ขอให้ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันมาชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้
ทั้งนี้ กยศ.ได้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดี 6 แสนราย และอยู่ระหว่างการบังคับคดี 4,000 ราย หากไม่จ่ายเงินภายในกำหนดจะต้องถูกยึดทรัพย์ตามขั้นตอนของกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีผู้กู้ที่ครบกำหนดชำระหนี้ กยศ. จำนวน 2.8 ล้านราย คิดเป็นยอดหนี้คงค้าง 2.5 แสนล้านบาท เป็นผู้กู้ที่มีสถานะทั่วไป 2.15 ล้านราย คิดเป็นมูลหนี้ 1.95 แสนล้านบาท ผู้ชำระหนี้ปกติ 666,270 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 58,473 ล้านบาท และเป็นผู้กู้ค้างชำระหนี้ 1.49 ล้านราย คิดเป็นมูลหนี้ 136,237 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้นคงค้าง 15,514 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2,736 ล้านบาท และค่าปรับ 2,670 ล้านบาท
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ขณะเดียวกันได้จัด “โครงการรณรงค์ชำระหนี้กองทุนกยศ.” เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้มาชำระหนี้ให้เป็นปกติ ซึ่งเป็นการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้องต่อไป โดยให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการรณรงค์ชำระหนี้ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2556-31มี.ค. 2557 โดยผู้ที่ไม่ค้างชำระแต่มาชำระหนี้ปิดบัญชี จะได้รับการลดหย่อนหนี้ 3.5% ของเงินต้น และสำหรับผู้กู้ค้างชำระที่มาชำระหนี้ให้เป็นปกติจะได้รับส่วนลดค่าปรับ 100% หากชำระปิดบัญชีจะได้ลดค่าปรับ 100% และลดดอกเบี้ย 50% โดยปัจจุบันได้เงินคืนแล้ว 200 ล้านบาท
รวมทั้งอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร เพื่อการจัดส่งรายชื่อของผู้กู้เงินจาก กยศ.ไปให้เครดิตบูโร ในกรณีที่ไม่ชำระหนี้ กยศ.ใน 5 ปีหลังครบกำหนด จะถูกประกาศรายชื่อในเครดิตบูโร ซึ่งจะใช้ในปีการศึกษา 2558







