posttoday
จีนสองฝั่งแข่งพัฒนาโหมศึกชิงหัวกะทิ

จีนสองฝั่งแข่งพัฒนาโหมศึกชิงหัวกะทิ

18 กุมภาพันธ์ 2557

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

ภาพของ “จีน” ในฐานะโรงงานผลิตของโลกที่มีแรงงานเหลือล้น กำลังเปลี่ยนไป เนื่องจากการปรับทิศทางการพัฒนาและยุทธศาสตร์ของทางการจีนที่ต้องการสร้างสมดุล โดยหันมาเน้นภูมิภาคตะวันตกมากขึ้น หลังจากแถบชายฝั่งทะเลตะวันออกพัฒนาไปไกลแล้ว

ปัจจุบัน จีนกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานระดับหัวกะทิ ขณะที่ทั้งสองภูมิภาคเริ่มเปิดศึกแย่งชิงบุคลากรหนักขึ้น เพราะต่างต้องการเร่งเครื่องเศรษฐกิจ ทำให้เมืองชั้นในของภาคตะวันตกที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งส่งออกกลายเป็นแหล่งดึงดูดแรงงานแทน จนกระทบตลาดงานฝั่งตะวันออก

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ขณะนี้เมืองกว่างโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง ขาดแคลนแรงงานประมาณ 1.23 แสนคน และบริษัทจำนวนมากกังวลว่าสถานการณ์จะหนักหนาขึ้นอีกหลังช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งแรงงานจีนเดินทางกลับบ้าน และมักเปลี่ยนงานในช่วงนี้ สอดคล้องกับสถานการณ์ในมณฑลฝูเจี้ยนที่ขาดแคลนแรงงานราวๆ 8 หมื่นคน

นี่ทำให้บริษัทหลายแห่งในแถบชายฝั่งตะวันออกต้องลงทุนบุกเข้าไปยังเมืองชั้นในของฝั่งตะวันตก เพื่อรับสมัครงานแบบซึ่งหน้า เป็นการโหมกระพือศึกชิงหัวกะทิให้รุนแรงขึ้น

อย่างกรณีบริษัท ซินตา อิเล็กทรอนิกส์ ในเมืองหนิงโป ที่ลงทุนส่งฝ่ายบุคคลไปรับสมัครพนักงานใหม่ถึงเมืองฉงชิ่ง แต่ก็หาคนได้ไม่ถึงครึ่งของที่ต้องการ ส่วนบริษัท กี่หยุน พลาสติกส์ ในกวางตุ้ง ก็เข้าร่วมงานจ๊อบ แฟร์ ในเมืองฉงชิ่งหลายรอบ เพื่อรับสมัครพนักงานใหม่เข้าไปเสริมตำแหน่งงานที่ว่างอยู่

หลี่ รุนไค กรรมการผู้จัดการ บริษัท กี่หยุน พลาสติกส์ บอกว่า แรงงานจำนวนมากที่เคยทำงานในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำมุก ต่างย้ายกลับไปนครฉงชิ่ง ซึ่งเป็นแหล่งแรงงานขนาดใหญ่ และการจะจ้างกลับมาก็เป็นเรื่องยาก

น่าสังเกตว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้เมืองชายฝั่งทางตะวันออกต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานในขณะนี้ ได้แก่ ค่าครองชีพที่สูง ต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งช่องว่างรายได้ระหว่างจีนตะวันออกและตะวันตกที่ลดลง

แม้บริษัทจากชายฝั่งทะเลตะวันออกจะพยายามเร่งเครื่องรับสมัครพนักงาน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแรงงานมากทักษะไม่ได้มีดาษดื่น และเป็นโจทย์หินของบริษัทจำนวนมาก

จาง เหว่ยกั๋ว ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐศาสตร์ สถาบันสังคมศาสตร์ชานตง ตั้งข้อสังเกตว่า การขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของจีน เป็นสัญญาณสะท้อนถึงความไม่ลงตัวระหว่างผลประโยชน์ของบริษัทและความต้องการรายได้ที่เพิ่มขึ้นของพนักงาน แม้บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) จะปรับขึ้นค่าแรง แต่ก็ยังไม่ทันกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น

หมายความว่า ต่อให้แรงงานอยากกลับไปทำงานในฝั่งตะวันออก แต่ค่าครองชีพที่สูงก็ไม่เอื้อให้กลับไป การหางานทำในฟากตะวันตกที่มีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนา บวกกับค่าครองชีพต่ำกว่า จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน พบว่า ในปี 2555 จำนวนแรงงานที่อพยพเข้าไปในจีนตอนกลางและภาคตะวันตกเพิ่มขึ้นมากกว่า เมื่อเทียบกับแรงานที่ย้ายเข้าไปในแถบชายฝั่งตะวันออก

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า บางบริษัทในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำมุก อาทิ อุตสาหกรรมสิ่งทอ แก้ปัญหาขาดคนด้วยการจ้างแรงงานผิดกฎหมายจากประเทศแถบอาเซียน รวมถึงจ้างแรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ทั้งที่ตามกฎหมายของจีนอนุญาตให้บริษัทจีนจ้างแรงงานต่างชาติได้เฉพาะที่ทำงานในออฟฟิศเท่านั้น แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็อาจเป็นเพราะบริษัทต้องการลดต้นทุนค่าแรง จึงเลือกจ้างแรงงานผิดกฎหมายมากกว่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท