
ทางรอดเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤต
แนะค้าชายแดนกำลังซื้อพุ่งแรงโอกาสทองสินค้าอุปโภคบริโภครุกตลาด
แนะค้าชายแดนกำลังซื้อพุ่งแรงโอกาสทองสินค้าอุปโภคบริโภครุกตลาด
ชี้ทางรอดเอสเอ็มอีลุยค้าขายชายแดน ตลาดบูม หนีในประเทศกำลังซื้อซบเซาหนัก
นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เปิดเผยว่า อยากแนะนำให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ปรับแผนธุรกิจใหม่ด้วยการออกไปขยายตลาดในอาเซียน โดยเฉพาะประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ทั้ง กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เนื่องจากสินค้าไทยได้รับการยอมรับในประเทศเพื่อนบ้านที่มีความต้องการสินค้าไทยสูง ประกอบกับสินค้าของเอสเอ็มอีมีคุณภาพและมีราคาไม่แพง ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่าย
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีสามารถเริ่มขยายตลาดไปประเทศเพื่อนบ้านด้วยการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในพื้นที่ชายแดน เพราะมีระยะทางขนส่งสินค้าไม่ไกล โดยกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงมีประชากรรวมกันมากกว่า 170 ล้านคน สำหรับการขยายตลาดใหม่จะช่วยชดเชยตลาดในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเมือง ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงและกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง รวมทั้งเอสเอ็มอีไทยก็ได้รับผลกระทบ เพราะส่วนใหญ่ผลิตสินค้าเพื่อขายในประเทศ
“เอสเอ็มอีไม่ได้อยู่ในภาวะที่จะมีการปิดกิจการจำนวนมาก เพราะเศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่มาก พื้นฐานของเศรษฐกิจไทยดีอยู่ ดังนั้น เอสเอ็มอีต้องพยายามปรับแผนให้ธุรกิจอยู่รอด” นายสมภพ กล่าว
พร้อมกันนี้ต้องปรับแผนภายในองค์กรใหม่ ด้วยการมุ่งบริหารสต๊อกสินค้าให้ดีที่สุด บริหารต้นทุนภายในให้มีประสิทธิภาพ และบริการการตลาดให้ดีที่สุด เพื่อให้องค์กรมีความพร้อมปรับธุรกิจไว้รองรับเศรษฐกิจที่จะกลับมาเติบโตในอนาคต โดยเชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการรายย่อยจะสามารถผ่านสถานการณ์ในประเทศไปได้ และคาดว่าอัตราการขยายตัวของธุรกิจเอสเอ็มอีในปี 2557 จะอยู่ที่ 23%
อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการสามารถปรับแผนธุรกิจและขยายตลาดไปในประเทศเพื่อนบ้านได้ จะส่งผลดีให้เอสเอ็มอีไทยกลายเป็นศูนย์กลางของอาเซียน เหมือนกับประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียนเช่นเดียวกัน
ทางด้านภาพรวมการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2557 อยู่ในภาวะที่การบริโภคในประเทศชะลอตัวลง เพราะการบริโภคในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 55% ของอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ (จีดีพี) ส่งผลให้ภาคเอกชนชะลอการลงทุนตามไปด้วย รวมทั้งไม่มีการลงทุนใหม่เข้ามาจากต่างประเทศ เพราะการเมืองในประเทศยังไม่ยุติ ดังนั้น ภาคเอกชนต้องประคองธุรกิจให้ผ่านไปให้ได้ ทั้งนี้ หากสถานการณ์ในประเทศสงบลงแล้วเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวเร็ว เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจในประเทศดีอยู่ คาดว่าจีดีพีปีนี้จะขยายตัว 34%







