
กรุงศรีไม่ลงทุนตุรกีS&Pเตือนเสี่ยงเพิ่ม
บลจ.กรุงศรี ขายกองตราสารหนี้ 6 เดือน จ่าย 3% ไม่ลงทุนประเทศตุรกี ความเสี่ยงเศรษฐกิจสูง
บลจ.กรุงศรี ขายกองตราสารหนี้ 6 เดือน จ่าย 3% ไม่ลงทุนประเทศตุรกี ความเสี่ยงเศรษฐกิจสูง
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทเปิดขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ 6M87 (KFFIX6M87) อายุประมาณ 6 เดือน ลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนในเงินลงทุนต่างประเทศ เสนอขายวันที่ 18-24 ก.พ. 2557 ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท ผลตอบแทนประมาณ 3% ต่อปี
“กองทุนจะเข้าลงทุนในเงินฝากธนาคารสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน ตราสารหนี้ที่ออกโดยจีน รัสเซีย รวมถึงตราสารหนี้และตั๋วแลกเงินในไทย โดยจะไม่มีการลงทุน ในตราสารหนี้ของประเทศตุรกี ซึ่งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์พัวร์ (เอสแอนด์พี) ได้ประกาศลดมุมมองเครดิตของตุรกีลงสู่ ‘เป็นลบ’ เนื่องจากมองว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นที่เศรษฐกิจตุรกีจะหดตัวรุนแรง และมีความกังวลถึงความเป็นอิสระและความโปร่งใสของธนาคารกลางมากขึ้น” นายฉัตรพี กล่าว
สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวลดลงในทุกช่วงอายุ โดยได้แรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศ ท่ามกลางสภาพคล่องที่เบาบาง โดยเส้นอัตราผลตอบแทนลดลงร้อยละ 0.01 – 0.07
กองทุนจะเข้าลงทุนในเงินฝากธนาคาร Union National Bank (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) สัดส่วนการลงทุน 20% เงินฝากธนาคาร Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน , สาขา มาเก๊า) สัดส่วนการลงทุน 20% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Industrial and Commercial Bank of China (Asia) (สาธารณรัฐประชาชนจีน, ฮ่องกง) สัดส่วนการลงทุน 20% ตราสารหนี้ ECP การันตีโดยธนาคาร Gazprombank (รัสเซีย) สัดส่วนการลงทุน 15% ตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดยธนาคารธนชาต สัดส่วนการลงทุน 9% ตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดยธนาคาร กรุงศรีอยุธยา สัดส่วนการลงทุน 8% และตั๋วแลกเงินออกโดยบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส สัดส่วนการลงทุน 8%
สำหรับภาวะตลาดตราสารหนี้โลกปัจจุบันอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาครัฐของสหรัฐปรับตัวขึ้น 0.02–0.08% โดยเส้นอัตราผลตอบแทนมีลักษณะชันมากขึ้น ในส่วนของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P ได้ประกาศลดมุมมองเครดิตของตุรกีลงสู่ “เป็นลบ”
นายอุดมการณ์ อุดมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการพัฒนาธุรกิจ บลจ.ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยให้ชะลอตัวต่อเนื่อง เป็นแรงกดดันต่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสที่จะตัดสินใจปรับลดหรือคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุน และกำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศ
“บริษัทมองว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงดอกเบี้ยขาลง หรืออยู่ในระดับต่ำ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยใน ปีนี้ จากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.25%” นายอุดมการณ์ กล่าว
บริษัทจึงนำเสนอกองทุนเปิดซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล เอ็นแฮนซ์ ตราสารหนี้ 6M18 เสนอขายวันที่ 17-19 ก.พ. 2557 ลงทุนตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อายุ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท ประมาณการผลตอบแทน 3% ต่อปี และป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน







