
SNCขอลดจ่ายเงินปันผลมุ่งลงทุน
SNC ขออนุญาตผู้ลงทุนจ่ายเงินปันผลจากกำไรปี 2557 น้อยลง ขอนำไปลงทุนเพิ่ม หวังโตในอนาคต
SNC ขออนุญาตผู้ลงทุนจ่ายเงินปันผลจากกำไรปี 2557 น้อยลง ขอนำไปลงทุนเพิ่ม หวังโตในอนาคต
นายสมชาย งามกิจเจริญลาภ กรรมการ บริหาร บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ (SNC) เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีบริษัทมีการลงทุนอย่างมาก รวมแล้วประมาณ 690 ล้านบาท แบ่งเป็นปี 2557 จำนวน 220 ล้านบาท และปี 2556 จำนวน 470 ล้านบาท โดยแหล่งเงินส่วนใหญ่มาจากการกู้เงินทำให้หนี้เงินกู้ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 500 ล้านบาท และภาระดอกเบี้ยจ่ายในปี 2557 นี้ มีประมาณ 20 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 4.73% ของกำไรสุทธิ เพิ่มอย่างมากจากปีที่ผ่านมามีเงินกู้เพียง 273 ล้านบาท
ในช่วงเวลานี้บริษัทมีความจำเป็นลงทุนอย่างมาก ดังนั้น อาจกระทบต่อความสามารถในการจ่ายเงินปันผลจากกำไรปี 2557 อาจไม่ได้สูงเหมือนในอดีต แต่ยืนยันว่าจะจ่ายตามนโยบายเงินปันผลกำหนดจ่ายไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
“หากจะจ่าย 60-70% ของกำไรสุทธิ เงินเราอาจไม่พอ ซึ่งอาจต้องไปกู้เงินมาจ่ายก็ไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการเพิ่มทุนเพื่อกระทบต่อผู้ถือหุ้น ดังนั้น จะขออนุญาตผู้ถือหุ้นว่าในปี 2557 นี้อาจจ่ายเงินปันผลไม่ได้สูง เพราะมีความจำเป็นต้องลงทุน” นายสมชาย กล่าว
สำหรับผลประกอบการในปี 2557 นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้และกำไรสุทธิคาดว่าจะมีการเติบโต 10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 7,155 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 423 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายในประเทศจะได้รับผลกระทบจากการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ แต่พบว่าธุรกิจรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) เริ่มดีขึ้น โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกยังดี
นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายจะควบคุมค่าใช้จ่ายทุกทาง รวมถึงอาจมีการลดจำนวนพนักงานลง ทำให้โดยภาพรวมจะทำให้กำไรในปี 2557 ดีกว่าปีก่อนหน้า
นายสมชาย กล่าวอีกว่า ผลจากการเข้าร่วมลงทุนในหลายๆ บริษัท คาดว่าภายใน ปี 2559-2560 น่าจะเริ่มเห็นผลตอบแทนกลับคืนมา โดยบริษัท เอส เอส เอ็ม ออโต้ เมชั่น (SSMA) ปีนี้น่าจะเริ่มมีกำไร และบริษัท เอส เอ็น ซี ครีเอติวิตี้ แอนโทโลจี (SCAN) ซึ่งเริ่มลงทุนไปเมื่อปี 2555 นั้นคาดว่าจะเริ่มเห็นกำไรในปี 2558
ขณะเดียวกันยังอยู่การเจรจาหาพันธมิตรร่วมลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเป็นโครงการที่ดี สามารถสร้างผลตอบแทนให้คืนมาในอนาคต และยอมรับว่าเหตุการณ์การเมืองในประเทศทำให้บางดีลชะลอออกไปก่อน เพราะทางผู้ร่วมลงทุนต่างชาติต่างรอให้ความวุ่นวายในประเทศไทยผ่านพ้นไปได้ด้วยดีก่อน ส่วนแหล่งเงินนั้นจะยังใช้เงินกู้เพราะอัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ของบริษัทอยู่ในระดับ 0.81 เท่า มีศักยภาพจะขอสินเชื่อได้อีกมาก
ปัจจุบันนักวิเคราะห์หลายแห่งยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SNC เช่น บริษัทหลักทรัพย์ เคเคเทรดอปรับลดราคาเป้าหมายจาก 20.90 บาท เหลือ 18.40 บาท หลังปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ แต่ราคาหุ้นอ่อนตัวสะท้อนปัจจัยลบแล้ว และเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ส่วน บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) ให้ทยอยซื้อให้ราคาพื้นฐานปีนี้ที่ 16.50 บาท







