
‘จีสตีล’ตั้งหลักวิ่งฉิว
3แบงก์หนุน4,610ล้านเดินเครื่องผลิตมี.ค.ปีนี้รายได้2หมื่นล้านส่วนปีหน้า3หมื่นล้าน
3แบงก์หนุน4,610ล้านเดินเครื่องผลิตมี.ค.ปีนี้รายได้2หมื่นล้านส่วนปีหน้า3หมื่นล้าน
“จีสตีล” พ้นวิกฤต 3 แบงก์หนุน 4,610 ล้าน ผ่านกลุ่มคู่ค้า ผลิตเหล็กป้อน 1.23 ล้านตัน สตาร์ท มี.ค.นี้
นายริวโซ โอกิโน กรรมการบริหาร บริษัท จีสตีล (GSTEL) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ 3 แห่ง คือ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงไทย มูลค่าเงินทุน 4,610 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ระยะยาว 610 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อ 4,000 ล้านบาท ผ่านกลุ่มมหาชัยศูนย์รวมเหล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มคู่ค้าเหล็กรายใหญ่ วงเงินนี้เพียงพอกำลังผลิตเต็มกำลัง 100% อย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มกลับมาผลิตในเดือน มี.ค.นี้ ผลิตเหล็กป้อนให้กับกลุ่มคู่ค้า 1.23 ล้านตัน ทำสัญญาระยะ 1 ปี
ขณะนี้คู่ค้าได้เปิด L/C ภายใต้วงเงินสนับสนุน เพื่อสั่งซื้อเศษเหล็กประมาณ 400 ล้านบาท เพื่อเริ่มผลิตแล้ว ซึ่งเศษเหล็กที่สั่งจะเข้าโรงงานภายในเดือน มี.ค.นี้
ทั้งนี้ จีสตีลจะมีเงินทุนสนับสนุนการผลิตทั้งหมดรวม 6,860 ล้านบาท โดยเป็นเงินทุนจากกลุ่มคู่ค้า 4,610 ล้านบาท และวงเงินในการซื้อวัตถุดิบเดิม 2,250 ล้านบาท เพียงพอต่อการผลิตเต็มกำลัง 100% หรือ 1.8 ล้านตันต่อปี
สำหรับคู่ค้ารายใหญ่ ประกอบด้วย บริษัท ค้าเหล็กไทย บริษัท แปซิฟิค ไพพ์ บริษัท เอเชีย เมทัล บริษัท เพิ่มสินสตีล เวิคส์ บริษัท ไทยพรีเมี่ยม ไพพ์ บริษัท ไทยคูน สตีล บริษัท มหาชัยศูนย์รวมเหล็ก บริษัท สตีลแม็ก และบริษัท ทรัพย์สยามโลหะกิจ
นายโอกิโน คาดว่า ปี 2557 จีสตีลจะมีรายได้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และปี 2558 คาดรายได้ 3 หมื่นล้านบาท
กรรมการบริหารจีสตีล กล่าวว่าเหตุผลสำคัญที่ผู้ค้าเหล็กให้การสนับสนุนการซื้อเหล็กในประเทศ เป็นผลจากรัฐบาลได้มีมาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างประเทศในการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ ทำให้ผู้ค้าเหล็กลดการนำเข้าเหล็ก ลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทั้งอัตราแลกเปลี่ยน และระยะเวลาการนำเข้า ซึ่งใช้เวลา 2 เดือน ขณะที่การสั่งซื้อในประเทศใช้ระยะเวลา 1530 วันเท่านั้น ไม่มีความเสี่ยงคุณภาพสินค้า
“ความต้องการใช้เหล็กรีดร้อนในประเทศ 7 ล้านตันต่อปี ซึ่งกลุ่มจีสตีลผลิตได้ 2 ล้านตัน ผู้ผลิตรายใหญ่อื่น 2.4 ล้านตัน อีก 2 ล้านตัน ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ” นายโอกิโน กล่าว
สำหรับทิศทางราคาเหล็กรีดร้อนในประเทศปรับขึ้นมา 57% หรือ 2.16 หมื่นบาท จากเดิมเฉลี่ยตันละ 2.05 หมื่นบาท
นายสิทธิศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูลกรรมการบริหาร บริษัท จี เจ สตีล (GJS) บริษัทย่อยจีสตีล กล่าวว่า GJS กลับมาผลิตตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กำลังผลิตปัจจุบันอยู่ที่ 6.5 หมื่นตันต่อเดือน หรือ 60% ของกำลังผลิตเต็ม 1.5 ล้านตันต่อปี และขณะนี้ GJS ได้รับการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนจากคู่ค้าเพิ่มเติมอีก 7,450 ล้านบาทนอกจากนี้คู่ค้าในประเทศได้จัดหาวัตถุดิบเศษเหล็กในประเทศ เพื่อจำหน่ายให้ GJS รวม 1.8 แสนตัน มูลค่า 2,925 ล้านบาท คาดการณ์รายได้ทั้งปี 2557 อยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท
“เมื่อรวมเงินทุนหมุนเวียนใหม่และวงเงินซื้อวัตถุดิบทั้งปีของ GJS รวมมูลค่าแล้ว 10,375 ล้านบาท เพียงพอสำหรับการผลิตทั้งปีของ จี เจ สตีล” นายสิทธิศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มจีสตีลGJS ประสบความสำเร็จจากการปรับโครงสร้างหนี้ การเจรจาลดหนี้ ส่งผลให้หนี้สินต่อทุนลดลงเหลือ 1.98 เท่า เป็นสัดส่วนที่ต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจเหล็ก







