
Biz Moniter
ทรูวิชั่นส์คว้าไทยพรีเมียร์หวังเพิ่มลูกค้า
ทรูวิชั่นส์คว้าไทยพรีเมียร์หวังเพิ่มลูกค้า
นายอรรถพล ณ บางช้าง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายรายการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การตลาดด้วยการเพิ่มคอนเทนต์รายการทีวีที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อให้มีความหลากหลาย โดยล่าสุดได้คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกครบ 380 แมตช์ และรายการฟุตบอลไทยอีก 3 รายการ ทั้งลีกวัน เอฟเอคัพ และลีกคัพ มูลค่า 1,800 ล้านบาท ต่อเนื่องอีก 3 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2559 เพื่อให้แฟนบอลทุกระดับได้รับชม โดยนำการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกไปไว้ในแพ็กเกจ ทรู โนวเลจ มูลค่า 299 บาทต่อเดือน และแพ็กเกจ ซูเปอร์ สปอร์ตส์ มูลค่า 495 บาทต่อเดือน โดยคาดว่าบริษัทจะมีสมาชิกในแพ็กเกจ ทรู โนวเลจ เพิ่มขึ้นเป็น 50% รวมทั้งเตรียมเพิ่มช่องกีฬาเฉพาะอย่างกีฬามวยในสัปดาห์หน้า และกีฬาเอ็กซ์ตรีมในช่วงกลางปี 2557 คาดว่าจะช่วยให้บริษัทมีฐานสมาชิกในปี 2557 เพิ่มขึ้น 3 แสนราย จากปัจจุบันมีฐานสมาชิก 2.4 ล้านราย โดยทรูวิชั่นส์มีส่วนแบ่งตลาด 15% ของตลาดเคเบิลทีวี
โปรสตรีมชูนวัตกรรมล้างรถระบบไอน้ำ
นายปรกฤษฎ์ หงษ์โสภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอ็มจี แมชชีนเนอรี ผู้ให้บริการศูนย์ดูแลรถยนต์ครบวงจรและนวัตกรรมล้างรถด้วยระบบไอน้ำรายแรกในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ “โปรสตรีม” เปิดเผยว่า หลังจากที่ทดลองทำตลาดในประเทศไทยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของศูนย์โปรสตรีม 5 สาขา ในเขตกรุงเทพฯ 2 แห่ง และต่างจังหวัด 3 แห่ง ได้รับการตอบรับที่ดี โดยมีผู้ใช้บริการกว่า 1,000 คันต่อเดือน จากกลุ่มลูกค้ารถยนต์ระดับลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์คาร์สัดส่วน 70% และกลุ่มมัลติแบรนด์ 30% ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปี 2557 ไว้ที่ 15-20 ล้านบาท รวมทั้งมีแผนขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์อีก 10 แห่ง ใช้เงินลงทุนมูลค่า 5 แสนบาทต่อสาขาภายในปี 2557 นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิจำหน่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรใน สปป.ลาว และฮ่องกง คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้อีกทั้งการจำหน่ายเครื่องล้างรถยนต์ระบบไอน้ำจำนวน 30 เครื่อง รวมถึงการขยายสาขาในรูปแบบรถให้บริการเคลื่อนที่ (โมบายเซอร์วิส) ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายดังกล่าว
“เราสนใจในการให้บริการในรูปแบบโมบายเซอร์วิสโดยมีอัตราการให้บริการเริ่มต้นที่ 450 บาทและใช้ระยะเวลาในการล้างเพียง 15 นาทีต่อคัน พร้อมการตั้งคอลเซ็นเตอร์เป็นศูนย์กลางการกระจายงานไปยังพื้นที่รับผิดชอบของผู้ที่เข้าร่วมเฟรนไชส์ และการเทรนนิ่งพนักงาน อีกทั้งยังได้เจรจากับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ 23 ราย ในการจัดไฟแนนซ์รถยนต์พร้อมเครื่องล้างฯเพื่อให้เป็นเจ้าของธุรกิจได้ง่ายขึ้น” นายปรกฤษฎ์ กล่าว
นายปรกฤษฎ์ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจคาร์แคร์ในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจล้างรถประมาณ 8,000 ล้านบาท และบริการอื่นๆ อาทิ เคลือบแก้ว, ทำสี, ทำเบาะ ประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราเติบโตในระดับ 10% ซึ่งพฤติกรรมผู้ใช้รถยนต์ในประเทศไทยนิยมการใช้รถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น ส่งผลให้ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาธุรกิจในกลุ่มดังกล่าวเกิดขึ้นจำนวนมาก







