
เซตท็อปบอกซ์หมื่นล้านแข่งดุรับทีวีดิจิตอลเม.ย.
วันที่ 1 เม.ย. ที่จะถึงนี้ถือเป็นดีเดย์ของการเริ่มต้นส่งสัญญาณทีวีดิจิตอลอย่างเป็นทางการ และนั่นคือปัจจัยแรกที่จะกระตุ้นให้ยอดขายเซตท็อปบอกซ์ หรือกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้รับความนิยมมากขึ้นในทันที จากปัจจุบันที่เริ่มมีวางขายในตลาดแล้ว เพียงแต่การส่งสัญญาณยังอยู่ในวงจำกัด ซึ่งหากพิจารณาทั้งปีแล้ว ตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กำหนดไว้ นั่นคือสัญญาณต้องครอบคลุม 50% ของครัวเรือนในปีแรก
วันที่ 1 เม.ย. ที่จะถึงนี้ถือเป็นดีเดย์ของการเริ่มต้นส่งสัญญาณทีวีดิจิตอลอย่างเป็นทางการ และนั่นคือปัจจัยแรกที่จะกระตุ้นให้ยอดขายเซตท็อปบอกซ์ หรือกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้รับความนิยมมากขึ้นในทันที จากปัจจุบันที่เริ่มมีวางขายในตลาดแล้ว เพียงแต่การส่งสัญญาณยังอยู่ในวงจำกัด ซึ่งหากพิจารณาทั้งปีแล้ว ตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กำหนดไว้ นั่นคือสัญญาณต้องครอบคลุม 50% ของครัวเรือนในปีแรก
ดังนั้น จากจำนวน 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ จะมี 11 ล้านครัวเรือน ที่สามารถดูทีวีดิจิตอลได้ภายในปีนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีอย่างน้อย 70-80% ที่จะเลือกรับสัญญาณทีวีดิจิตอล ซึ่งเชื่อว่าส่วนใหญ่เลือกซื้อเซตท็อปบอกซ์ ซึ่งมีราคาเฉลี่ย 1,000-1,500 บาท ขณะที่ส่วนน้อยจะเลือกเปลี่ยนทีวีเครื่องใหม่ ดังนั้น การแข่งขันจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ นับจากกลางเดือน มี.ค.เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอีกหลายส่วนที่ต้องการความชัดเจน เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมทั้งระบบ
ทวี กิจอุดมโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามารถวิศวกรรม ในกลุ่มบริษัท สามารถฯ หนึ่งในผู้ผลิตเซตท็อปบอกซ์ เปิดเผยว่า ตลาดเซตท็อปบอกซ์ในปีนี้คาดจะมี 8-10 ล้านกล่อง หรือกว่า 1 หมื่นล้านบาท บริษัทตั้งเป้าเบื้องต้นไว้ที่ 2 ล้านกล่อง ซึ่งปัจจัยที่จะหนุนให้มีการเปลี่ยนเร็วคือ การส่งสัญญาณที่มีคุณภาพและครอบคลุม ยิ่งครอบคลุมมากเท่าไร ผู้ใช้ก็จำเป็นต้องซื้อกล่องมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงช่องรายการและคอนเทนต์จะต้องมีคุณภาพดึงดูดคนให้มาดู
อีกส่วนหนึ่งที่มีผลอย่างมากคือ การแจกคูปองของ กสทช.ยิ่งแจกเร็ว แจกได้อย่างทั่วถึง และมีมูลค่าที่เหมาะสม จะมีผลกระตุ้นให้คนซื้อเซตท็อปบอกซ์มากขึ้นด้วย ดังนั้น กสทช.ต้องสร้างมาตรฐานให้ชัดเจน และต้องให้ความรู้กับประชาชนให้มากกว่าที่เป็นอยู่
“ตอนนี้เรื่องความรู้ของประชาชนสำคัญมาก ต้องรู้ว่าเซตท็อปบอกซ์ใช้กับจานดาวเทียมไม่ได้ ต้องใช้กับเสาอากาศก้างปลา หรือเสาอากาศที่รับสัญญาณยูเอชเอฟได้ ขณะที่ทีวีเป็นอุปกรณ์แพร่ภาพ ถ้ามีเซตท็อปบอกซ์แล้ว ก็รับภาพได้ทันที เชื่อว่าเรื่องพื้นฐานนี้ประชาชนอีกมากยังไม่เข้าใจ” ทวี กล่าว
นอกจากนี้ การกำหนดคุณสมบัติของผู้ผลิตและจำหน่ายเซตท็อปบอกซ์ที่จะนำคูปองมาแลกซื้อได้ก็เป็นเรื่องจำเป็น อันดับแรกต้องมีจุดจำหน่ายกล่องที่กระจายตัวมากพอ ต้องมีจุดรับแลกคูปองพอเพื่อเข้าถึงประชาชนได้มาก ต้องมีบริการหลังการขาย กรณีที่กล่องมีปัญหาหรือการติดตั้งมีปัญหา ต้องให้ความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชนได้ และสุดท้ายต้องเป็นบริษัทที่มั่นคงมีชื่อเสียง ไม่ใช่เปิดมาเพื่อขายกล่องและปิดกิจการใน 6 เดือน หรือ 1 ปี ซึ่งเป็นการทำลายตลาดและนำกล่องคุณภาพต่ำที่จะเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์นับล้านกล่องมาทิ้งไว้ในไทย
สำหรับบริษัท สามารถฯ มีกล่องราคาประมาณ 1,300-1,500 บาท นำเข้ามาจำหน่ายแล้ว โดยมียอดขายไปแล้วกว่า 5 หมื่นกล่อง ซึ่งกลยุทธ์ต่อไปจะจำหน่ายเซตท็อปบอกซ์เป็นแพ็กพร้อมกับเสาอากาศ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคง่ายต่อการติดตั้งและใช้งาน และประมาณไตรมาส 3 จะมีกล่องแอนดรอยด์ เพื่อเปลี่ยนทีวีให้เป็นสมาร์ททีวีออกมาทำตลาดเพิ่มเติมด้วย โดยจุดแตกต่างของเซตท็อปบอกซ์ของบริษัท สามารถฯ คือ การออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดใช้วัสดุและอุปกรณ์ภายในดีสามารถใช้ในรถยนต์ได้
“ตอนนี้มีเซตท็อปบอกซ์ที่เป็นแบรนด์ชัดเจนประมาณ 3-5 ราย แต่มีกล่องที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจำนวนมหาศาล ซึ่งจะมีส่วนทำลายตลาดและสร้างการรับรู้ผิดๆ ให้กับประชาชน ซึ่ง กสทช.ต้องมีมาตรการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพสินค้าที่เข้มงวด เพื่อป้องกันปัญหาในจุดนี้ด้วย” ทวี กล่าว
ประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ กรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย หรือ พีซีเอ กล่าวว่า พีซีเอ ผลิตและจำหน่ายเซ็ตท็อปบ็อกซ์และเสาอากาศ พีซีเอตั้งเป้าส่วนแบ่งที่ประมาณ 5% หรือประมาณ 1 ล้านครัวเรือน โดยตัวกล่องของพีซีเอ เป็นกล่องระดับไฮเอนด์ราคา 1,495 บาท ตั้งเป้าส่วนแบ่ง 5% หรือ 1 ล้านครัวเรือน ตัวเครื่องมีการพัฒนามาอย่างดี เนื่องจากเห็นแล้วว่า ในตลาดมีการแข่งขันสูงมาก คู่แข่งมีหลากหลาย การทำกล่องระดับล่างต้องแข่งราคา ซึ่งไม่ใช่แนวทางของพีซีเอ เพราะจุดแข็งของพีซีเอคือ การเป็นผู้นำเทคโนโลยี โดยจะมีวางขายในศูนย์การค้า โมเดิร์นเทรด และไฮเปอร์มาเก็ต
กังวาล กุศลธรรมรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสิร์ช คอร์ปอเรชั่น หรือไออาร์ซีพี กล่าวว่า ไออาร์ซีพีเตรียมวางขายเซตท็อปบอกซ์ 1,000 บาท เดือน ก.พ.ผ่านโมเดิร์นเทรดและร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ถือเป็นรุ่นพื้นฐานมาเพื่อลองทำตลาดในช่วงแรก ตั้งเป้ายอดขาย 2 ล้านกล่อง
สำหรับในตลาดยังมีเซ็ตท็อปบ็อกซ์แบรนด์อื่นๆ เช่น อะโคเนติค ราคาประมาณ 1,400 บาท ครีเอเทค ราคาประมาณ 1,200 บาท ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามโมเดิร์นเทรด และร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า







