
‘โรซ่า’ปั้นแบรนด์ยึดอาเซียน
โรซ่าพร้อมรับศึกหนักหลังเปิดเออีซี ชี้คู่แข่งทะลักแน่ เร่งพื้นที่ ยึดโชห่วย สร้างแบรนด์มัดใจแม่บ้านเออีซี
โรซ่าพร้อมรับศึกหนักหลังเปิดเออีซี ชี้คู่แข่งทะลักแน่ เร่งพื้นที่ ยึดโชห่วย สร้างแบรนด์มัดใจแม่บ้านเออีซี
นายสุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายซอสโรซ่า เปิดเผยว่า บริษัทจะเข้าไปทำตลาดเชิงรุกในอาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ ลาว กัมพูชา พม่า และมาเลเซีย ทั้งแบรนด์โรซ่าและไฮคิว เพื่อรองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่เหลือระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดเครื่องปรุงรสและปลากระป๋องเกิดการแข่งขันอย่างรุนแรง จากแบรนด์ท้องถิ่น สินค้าไทยและจากต่างประเทศ
ทั้งนี้ จำนวนแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ความจงรักภักดีของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ลดลง จากที่ผ่านมาผู้บริโภคในตลาดซีแอลเอ็มวี หรือในกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม ไม่มีทางเลือกมากนัก ดังนั้น ในฐานะที่โรซ่าเป็นผู้นำตลาดซอสพริกในลาวและปลากระป๋องในพม่าต้องเร่งสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง รวม ทั้งวางระบบการกระจายสินค้าให้ครอบคลุม ซึ่งช่องทางจำหน่ายหลักยังเป็นร้านค้าปลีก ดั้งเดิมหรือโชห่วย 8090% และร้านค้าปลีกสมัยใหม่ 1020%
นอกจากนี้ บริษัทได้แต่งตั้งดีเคเอสเอชเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าในลาว หลังจากก่อนหน้านี้ได้แต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายในพม่า กัมพูชา และเวียดนาม แล้ว จากเดิมใช้ตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น ซึ่งดีเคเอสเอชจะผลักดันให้เครื่องปรุงรสและปลากระป๋องกระจายเข้าร้านโชห่วยมากกว่า 50% ทุกประเทศ ส่วนที่ลาวจะขยายช่องทางจำหน่ายรูปแบบคีออสเจาะร้านเฝอ 625 แห่ง ใน 7 จังหวัด
นอกจากนี้ บริษัทยังรุกเปิดตลาดอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานแบรนด์โรซ่า ที่มาเลเซีย เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคมีความซับซ้อนเช่นเดียวกับไทยมีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ ซึ่งหากพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มซีแอลเอ็มวีมีความพร้อมจะรุกทำตลาดเช่นเดียวกัน และกำลังพิจารณาเปิดตลาดที่ จีน ไต้หวัน นิวซีแลนด์
นายสุวิทย์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเครื่องปรุงรสและปลากระป๋องในประเทศลาวและเขมร มีสินค้าแบรนด์ไทยที่เป็นคู่แข่งเข้าไปเปิดตลาดนานแล้วปีแล้ว ส่วนพม่าและเวียดนาม มีแบรนด์ท้องถิ่นจำนวนมาก ขณะที่มาเลเซีย สิงคโปร์ พฤติกรรมผู้บริโภคซับซ้อนทำให้การทำตลาดค่อนข้างยาก และสิ่งสำคัญสินค้าต้องปรับให้เข้ากับรสชาติของผู้บริโภคแต่ละประเทศ
“ในอนาคตเวียดนามจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว มีความพร้อมทั้งวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ส่วนตลาดอาหารสำเร็จรูปในไทยถึงจุดเปลี่ยนจากบรรจุภัณฑ์กระป๋องสู่ชนิดซอง จะช่วยขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น บริษัทจะเน้นกลุ่มอาหารสำเร็จรูปโรซ่า พร้อม เพราะเป็นสินค้าที่เข้ามาแข่งขันตลาดอาหารแช่แข็ง ปีที่ผ่านมาลงทุนเครื่องจักร 20 ล้านบาท ” นายสุวิทย์ กล่าว รายได้ปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 10% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ราว 2,700 ล้านบาท เติบโต 15% แบ่งเป็นปลากระป๋อง 50% ซอส 40% และโรซ่า พร้อม 10% และอีก 5 ปี ข้างหน้าจะเพิ่มจาก 10% เป็น 20% ส่วนรายได้ตลาดอาเซียนสิ้นปีนี้ราว 200 ล้านบาท สำหรับยอดขายใน ช่วง 2 เดือนแรกเติบโตกว่าปกติ โดยเชื่อว่ามาจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ทำให้ผู้บริโภคซื้อปลากระป๋องกินเพิ่มขึ้น ขณะที่ช่วงเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ยอดขายทางโมเดิร์นเทรดโต 30% และเดือนก.พ.นี้ ยังเติบโตมากกว่าปกติ เชื่อว่าจากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ส่งผลให้ผู้บริโภคซื้อปลากระป๋องกินเพิ่มขึ้น
นายสุขุม จิตราสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท ดีเคเอสเอช ประเทศลาว กล่าวว่า เหลือระยะเวลาไม่ถึง 1ปีสำหรับการเปิดเออีซี ขณะนี้มีผู้ประกอบการหลายประเทศติดต่อให้บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้ อาทิ เวียดนาม พม่า มาเลเซีย และอินโดนีเซีย







