posttoday
แบงก์ห่วงหนี้เสียทะลุพิกัด

แบงก์ห่วงหนี้เสียทะลุพิกัด

18 กุมภาพันธ์ 2557

พิษการเมืองยืดเยื้อผสมหนี้ครัวเรือนพุ่งกสิกรคาดครึ่งปีแรกกระอักโตสุดได้แค่1%

พิษการเมืองยืดเยื้อผสมหนี้ครัวเรือนพุ่งกสิกรคาดครึ่งปีแรกกระอักโตสุดได้แค่1%

ซีไอเอ็มบี ห่วงหนี้เสียพุ่ง 3.5% พบสัญญาณรายย่อยชำระล่าช้า ขณะกสิกรไทยคาดครึ่งปีแรกยังแย่

นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า จากปัญหาด้านความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อมากว่า 3 เดือน และปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ธนาคารประเมินว่า มีความเสี่ยงที่ระดับหนี้เสียของธนาคารในปี 2557 นี้อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดอีก 1% ไปสู่ระดับ 3.5% เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณลบในกลุ่มลูกหนี้รายย่อยและเอสเอ็มอีบางส่วนแล้ว

“สินเชื่อรายย่อยเริ่มมีประเด็นที่ต้องติดตาม เช่น สัดส่วนชำระล่าช้าเกินกว่า 30 วัน ของกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อเดือน ที่เพิ่มขึ้นราว 0.2% ขณะที่เอสเอ็มอีหลายรายก็เริ่มมีออร์เดอร์ลดลงเพราะคู่ค้ากังวลการเมืองจึงย้ายไปสั่งซื้อสินค้าจากประเทศอื่น ทำให้เรามองตัวเลขหนี้เสียกรณีเลวร้ายสุดไว้ที่ 3.5%” นายสุภัค กล่าว

นายสุภัค กล่าวอีกว่า ขณะนี้ธนาคารได้เข้าไปดูแลลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองโดยเลื่อนระยะเวลาชำระให้กับลูกค้าธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวไปแล้ว 12 ราย พร้อมกันนี้ ยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณารายได้ของลูกค้าสินเชื่อบุคคลรายใหม่และเพิ่มความถี่และความเร็วในการติดตามหนี้ เพื่อควบคุมระดับหนี้เสียให้อยู่ในกรอบที่กำหนด

อย่างไรก็ดี ธนาคารยังเชื่อว่าการตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้นเป็น 107.8% จากระดับ 85.1% ในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นอัตราเงินสำรองที่สูงถึง 2,700 ล้านบาท จะเพียงพอรองรับสถานการณ์ได้ โดยที่ธนาคารไม่ต้องตั้งสำรองพิเศษเพิ่มเติมอีกในปีนี้

ทั้งนี้ ซีไอเอ็มบี ไทย ตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ที่ระดับ 15-25% โดยมีสถานการณ์การเมืองในช่วง 6 เดือนแรกเป็นตัวแปรสำคัญ ขณะที่ด้านรายได้ในปีนี้ตั้งเป้าขยายตัว 3040% ผ่านกลยุทธ์ลดการปล่อยกู้ในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำและหันไปขยายฐานสินเชื่อเอสเอ็มอีและรายย่อย โดยเฉพาะธุรกิจเช่าซื้อและสินเชื่อไม่มีหลักประกัน

ทางด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยรายงานประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2557 ว่า ความไม่ชัดเจนของบทสรุปทางการเมืองในประเทศ คือปัจจัยสำคัญที่กดดันภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเติบโตได้ในกรอบระหว่าง 2.2–3.7% หลังจากที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุนในภาพรวมมาแล้วในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2556 และฉุดให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพียง 0.6% เท่านั้น

รายงานศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตัวแปรจากสถานการณ์ทางการเมืองจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจไทยตลอดช่วง 2 ไตรมาสแรกในปี 2557 นี้ และคาดว่าจะฉุดให้จีดีพีขยายตัวได้เพียง 1% ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งต่ำกว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2556 ที่ขยายตัวได้ 1.6%

อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการลงทุนในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2556 นั้น หดตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนลดลงถึง 4.5% แบบปีต่อปี ซึ่งแม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นผลมาจากฐานที่สูงในช่วงปลายปี 2555 ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายของมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าคงทน แต่เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง รวมถึงความกังวลต่อภาระค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การตัดสินใจใช้จ่ายของผู้บริโภคระมัดระวังมากขึ้น

นอกจากนี้ การลงทุนในภาพรวมของไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ก็ยังทรุดตัวลงเช่นกันถึง 11.3% แบบปีต่อปี ซึ่งนับเป็นระดับที่ดิ่งลงรุนแรงที่สุดในรอบ 19 ไตรมาส โดยเป็นผลจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ยังมีแนวโน้มค่อนข้างคลุมเครือ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท