
‘เศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง’เข้าสู่ยุคบูม
นักวิชาการชี้ขัดแย้งจีนญี่ปุ่นทำส้มหล่นใส่ประเทศลุ่มน้ำโขง เตือนไทยขัดแย้งกันเองทำเสียโอกาส
นักวิชาการชี้ขัดแย้งจีนญี่ปุ่นทำส้มหล่นใส่ประเทศลุ่มน้ำโขง เตือนไทยขัดแย้งกันเองทำเสียโอกาส
นายไชยวัฒน์ ค้ำชู อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวภายในงานสัมมนาวิชาการญี่ปุ่นศึกษา เรื่องญี่ปุ่นปะทะจีน จากน่านน้ำสู่น่านฟ้า : ผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศของไทย ว่า การที่ประเทศจีนและญี่ปุ่นทะเลาะกันจากกรณีข้อพิพาทหมู่เกาะเตียวหยูนั้น จะทำให้ผลประโยชน์มาตกอยู่ในประเทศกลุ่มลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) ทั้งในด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว ยิ่งเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ก็จะยิ่งทำให้มีความเนื้อหอมมากขึ้น
“เดิมญี่ปุ่นและจีนต่างก็มีบทบาทสำคัญในด้านการค้า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศกลุ่มลุ่มน้ำโขงอยู่แล้ว เมื่อประเทศมหาอำนาจทั้งสองทะเลาะกัน จึงทำให้ต่างฝ่ายหันมาแข่งกันเอาใจภูมิภาคนี้มากขึ้น” นายไชยวัฒน์ กล่าว
สำหรับไทยจะได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการแข่งขันของทั้งสองชาติ ในทางตรง คือ การขยับขยายและย้ายฐานการผลิตเข้ามายังไทย ส่วนทางอ้อม คือ เมื่อญี่ปุ่นเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนบ้านอย่างพม่า กัมพูชาและลาว ก็จะช่วยให้ประเทศเหล่านี้มีกำลังซื้อมากขึ้น ไทยก็จะขยายการส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้ได้กว้างขึ้น สุดท้ายก็จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ให้เติบโตขึ้น
ทั้งนี้ อาเซียนจะมีแต้มต่อมากขึ้นในเรื่องอำนาจต่อรอง ขณะที่การทะเลาะกันของสองประเทศนี้คงจะไม่จบลงง่ายๆ และในเร็ววันนี้ เพราะเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์และศึกแห่งศักดิ์ศรี
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์การเมืองของไทยในขณะนี้อาจยังไม่ถึงขั้นทำให้นักลงทุนจีนและญี่ปุ่นหิ้วกระเป๋าหนี แต่ก็ส่งผลทางจิตวิทยา ทำให้นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจ หากปล่อยทิ้งไว้ก็จะขัดขาตัวเอง ทำให้เสียโอกาสที่จะได้รับประโยชน์







