
สำนวนอาเซียน
อยากรู้จักประเทศเพื่อนบ้านในอุษาคเนย์ให้มากขึ้น นอกจากอ่านหนังสือ ลองไปเที่ยวเองดูแล้ว ก็ยังสามารถเรียนรู้ผ่าน สำนวนสุภาษิต ได้ด้วยเหมือนกัน
อยากรู้จักประเทศเพื่อนบ้านในอุษาคเนย์ให้มากขึ้น นอกจากอ่านหนังสือ ลองไปเที่ยวเองดูแล้ว ก็ยังสามารถเรียนรู้ผ่าน สำนวนสุภาษิต ได้ด้วยเหมือนกัน
เพราะสิ่งนี้คือภาพสะท้อนปูมหลังทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วิถีความเป็นอยู่ อาหารการกิน ขนบธรรมเนียม ความคิด ความเชื่อ ฯลฯ ของคนในแต่ละชาติ
วันนี้ขอแนะนำหนังสือ “สำนวนสุภาษิตอาเซียน” ของฝ่ายวิชาการสถาพรบุ๊คส์ ที่หยิบยกสำนวนสุภาษิต ของ 10 ชาติอาเซียน มาอธิบายให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงที่มาที่ไปของคำคม ผลงานสร้างสรรค์ของคนรุ่นก่อนๆ ที่ยังไม่ล้าสมัยมาจนถึงปัจจุบัน แถมบางสำนวนยังมีการเปรียบเทียบกับของไทย ที่มีความหมายใกล้เคียงกันด้วย
ตัวอย่าง เช่น สำนวนสุภาษิตของอินโดนีเซียที่ว่า “ดี มานา บูมี ดีปีจัก ดี ซีตู ลางิต ดีจุนจุง” ที่แปลว่า เท้าเรายืนอยู่ที่ใด เราควรเชิดชูท้องฟ้าของที่นั่น ซึ่งสอนว่า คนเราต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคม วัฒนธรรม และประเพณีในแผ่นดินที่เราอยู่ คล้ายกับสุภาษิตไทยที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม”
แถมยังใกล้เคียงกับสุภาษิตพม่า ที่ว่า “ตะ งา น้า นี ตะ งา โม่ โซ น้า นี โม่ โซ” แปลว่า อยู่ใกล้ชาวประมงก็เป็นชาวประมง อยู่ใกล้นักล่าสัตว์ก็เป็นนักล่าสัตว์ ซึ่งสะท้อนว่า เป็นธรรมดาที่คนเราจะเปลี่ยนนิสัย วิถีชีวิต และความคิดไปตามสังคมที่อาศัยอยู่ เพื่อจะอยู่รอดในสังคมนั้น
ถ้าอยากเข้าใจเพื่อนบ้านให้ถึงแก่น รู้จักค่านิยม มุมมองของคนในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น น่าจะลองอ่านเล่มนี้ดู







