
แนะเสริมทักาะแพทย์รับตลาด "เออีซี"
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
แพทย์เป็นวิชาชีพหนึ่งที่กำลังจะเปิดเสรีอย่างเป็นทางการ ภายใต้ข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ด้านแพทย์ของอาเซียน นอกจากผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องปรับตัวแล้ว ภาคการศึกษาที่เป็นผู้ผลิตบัณฑิตแพทย์ในยุคที่แพทย์และคนไข้ต่างเคลื่อนย้ายอย่างเสรี เป็นอีกกลุ่มที่ต้องเร่งปรับตัว
ประสิทธิ์ วัฒนาภา รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์ศิริราช กล่าวในงานประชุมวิชาการนานาชาติ The 2nd ASEAN Plus Three Graduate Research Congress (2nd AGRC) จัดโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ว่า เครือข่ายคณะแพทยศาสตร์อาเซียนได้ลงมติกันในการประชุมเมื่อเดือน ธ.ค. 2556 ให้หลักสูตรแพทยศาสตร์ของสถาบันการศึกษาในอาเซียนนับจากนี้ต้องได้มาตรฐานสากลของสหพันธ์การศึกษาทางการแพทย์ของโลก (WFME)
การปรับให้หลักสูตรแพทยศาสตร์เหมาะสมกับยุคประชาคมอาเซียน ต้องให้ทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ซึ่งประกอบด้วย 1.ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม 2.ทักษะด้านดิจิตอล และ 3.ทักษะอาชีพและชีวิต เป็นหัวใจหรือแนวคิดหลักในการปรับปรุง
สำหรับทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมประกอบด้วยทักษะทั่วไป เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ การสร้างความร่วมมือกับผู้อื่น แต่ทักษะที่จะต้องมีเพิ่มขึ้นในยุคใหม่คือทักษะด้านดิจิตอล เช่น การรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร เนื่องจากข้อมูลในยุคปัจจุบัน บางส่วนเป็น “ข้อเท็จจริง” บางส่วนเป็น “ข้อเท็จแต่ไม่จริง” ดังนั้น แพทย์ยุคเสรีต้องสามารถกรองและยึดถือข้อเท็จจริงมากกว่าเชื่อข้อมูลทุกอย่างที่ไหลเข้ามา
ขณะเดียวกัน แพทย์ยุคใหม่ยังต้องมีทักษะอาชีพและชีวิต พร้อมต่อการปฏิสัมพันธ์ข้ามสังคมและข้ามวัฒนธรรมด้วย
นอกจากแก้หลักสูตรแล้ว อีกทางหนึ่งคือต้องแก้ที่ “วิธีการสอน” ครูต้องสอนให้น้อยลงและเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ด้วยตัวเองเพิ่มมากขึ้น
โดย 1.ให้เรียนรู้สนามจริง นักศึกษาควรได้ลงพื้นที่ศูนย์บริการทางสุขภาพมากกว่าจมอยู่แต่เรื่องราวในห้องเรียน ขณะเดียวกันต้องได้เรียนไปพร้อมกับผู้ให้บริการทางสุขภาพวิชาชีพอื่นๆ ด้วย เช่น พยาบาล เภสัชกร เพราะเวลาที่มีผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ามารับการรักษา กลุ่มผู้บริการทางสุขภาพจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างรวดเร็วในฐานะ “ทีม” จึงต้องให้เรียนด้วยกันตั้งแต่ต้น
2.สร้างแรงดึงดูดในการเรียน สำหรับเด็กรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Y ขึ้นไป การเรียนการสอนแบบเดิมๆ ไม่ทำให้เด็กสนใจ การสอนในยุคศตวรรษที่ 21 จะมีประสิทธิภาพต่อเมื่อเด็ก “สนุกกับการเรียน” หากทำได้จะทำให้เด็กรู้สึกอยากเรียนและมุ่งมั่นเรียนอย่างเต็มที่
3.สร้างโมเดลทางใจ ต้องทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองมีความสัมพันธ์ต่อคนรอบข้าง เมื่อเห็นปรากฏการณ์ต่างๆ ต้องสามารถวิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าได้ เปรียบเหมือนทักษะของแพทย์ที่จะต้องคาดการณ์อาการของคนไข้จากประสบการณ์ของตัวเอง
4.อย่าสอนแบบเดิมกับคนทุกคน เด็กแต่ละคนอาจสามารถพัฒนาตัวเองได้ดีผ่านวิธีการที่แตกต่างกัน ผู้สอนจึงต้องมีวิธีการสอนหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เข้าถึงเด็กได้ครบถ้วน
5.ให้เรียนรู้ผ่านสังคม ยิ่งเรียนกลุ่มย่อย ยิ่งเรียนแล้วมีการแลกเปลี่ยน สะท้อนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จะยิ่งช่วยให้เกิดความคิดเชิงวิพากษ์ และการพัฒนาแพทย์ที่ดีไปอย่างต่อเนื่อง
6.ให้เรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ยิ่งในยุคประชาคมอาเซียน อาจต้องพบปะกับนักศึกษาแพทย์ประเทศอื่นๆ ผ่านการจัดค่าย การประชุม เพื่อให้เกิดความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม การวัดผลผ่านการสอบอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอแล้วในยุคปัจจุบัน
“การสอนแพทย์ยุคใหม่ของแต่ละประเทศในอาเซียน ต้องไม่ใช่แค่เพื่อผลิตแพทย์ป้อนความต้องการในประเทศ แต่ต้องสร้างเครือข่ายแพทย์ในอาเซียนไปพร้อมกันด้วย ในยุคที่เราจะรวมกัน แพทย์รุ่นใหม่จำเป็นต้องเข้าใจกันในฐานะคนที่มาให้บริการทางสุขภาพทั่วอาเซียน”







