
ยอดขอบีโอไอลดฮวบ50%
‘อุดม’ใจแข็งไม่ยอมลดเป้าจาก9แสนล้านแก้เกณฑ์ยื่นผ่านอีเมลซอยงานเล็กลง
‘อุดม’ใจแข็งไม่ยอมลดเป้าจาก9แสนล้านแก้เกณฑ์ยื่นผ่านอีเมลซอยงานเล็กลง
บีโอไอรับยอดขอส่งเสริมทรุดกว่าครึ่ง หวังการเมืองสงบเร็วดันยอดทั้งปีแตะ 9 แสนล้าน
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ยอดการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติในเดือนที่ผ่านมาลดลงกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 ซึ่งหลักๆ เป็นผลจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่ทำให้บีโอไอต้องย้ายสถานที่ทำงาน และนักลงทุนส่วนหนึ่งก็รอดูให้สถานการณ์การเมืองชัดเจนก่อนแต่ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนใจไปลงทุนประเทศอื่นแทน
ทั้งนี้ ยอดขอรับการส่งเสริมเดือน ม.ค. อยู่ที่ 185 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 7.48 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บีโอไอยังคงเป้าหมายยอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนในปีนี้ไว้ที่ 9 แสนล้านบาท ภายใต้คาดการณ์ว่าเหตุการณ์การเมืองสงบก่อนเดือน มี.ค. หรือกินเวลาไปเพียง 1 ไตรมาส เพราะนักลงทุนยังสนใจลงทุนในไทย
นายอุดม เชื่อมั่นว่า สามารถทำได้ตามแผน เนื่องจากขณะนี้สำนักงานในต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่านักลงทุนต่างชาติไม่กังวลกับสถานการณ์ชุมนุมในประเทศไทย นักลงทุนที่มีแผนการลงทุนในไทยอยู่แล้วก็ยังเข้ามารับคำปรึกษาปกติ แต่ถ้ายืดเยื้อก็ต้องมีพิจารณากันใหม่เพราะขณะนี้การค้าถูกกระทบไปมากแล้ว
“การยื่นขอรับส่งเสริมฯ ลดลงกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2556 แต่ก็ไม่น่ากังวล ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์จบเร็วแค่ไหน เขาก็ฟื้นเร็วสิ่งที่คาดหวังตอนนี้คือสถานการณ์จบเร็ว” นายอุดม กล่าว
เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ในช่วงที่สถานการณ์ไม่ปกตินี้ทางบีโอไอได้ให้นโยบายกับพนักงานทุกคนทั้งส่วนกลาง ต่างจังหวัดและต่างประเทศว่าให้ทำงานทุกอย่างให้เป็นปกติ ถ้านักลงทุนรายใดไม่สะดวกที่จะเข้ามายื่นเอกสารก็ให้ส่งมาทางอีเมลได้ เพราะมีการผ่อนปรนให้ว่าเป็นการยื่นเอกสารที่ถูกต้องแล้ว จากเดิมที่ถือว่ารับทราบเรื่องเท่านั้น
สำหรับปัญหาเรื่องคณะกรรมการ (บอร์ด) ที่หมดอายุลงจนทำให้ไม่สามารถอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่กว่า 200 ล้านบาทได้นั้น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้มี 2 ส่วนหลักคือ แนะนำให้นักลงทุนแยกการลงทุนให้เป็นโครงการละไม่เกิน 200 ล้านบาท เพื่อให้อำนาจการอนุมัติเป็นของสำนักงานฯ ไม่ต้องเข้าบอร์ด
อีกแนวทางหนึ่งคือเจ้าหน้าที่แนะนำเป็นรายกรณีที่เข้ามาพบ หากเป็นโครงการลงทุนตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไป ที่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้รับอนุมัติแน่นอนเจ้าหน้าที่ก็จะแนะนำให้เริ่มลงทุนไปก่อนได้เลย เพราะเมื่อได้รับอนุมัติแล้วก็ให้สิทธิประโยชน์จะครอบคลุมกลับไปถึงวันที่ยื่นขอรับส่งเสริมฯ
นายอุดม กล่าวว่า กรณีที่บีโอไอได้ทำหนังสือไปปรึกษาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีบอร์ดที่หมดวาระลงโดยจะให้บอร์ดชุดเดิมกลับมาทำหน้าที่ก่อนนั้น ก็มีสัญญาณที่ดีที่ทำให้เห็นว่า กกต.ก็ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ เพราะล่าสุดก็ได้มาขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานฯแล้ว ซึ่งก็ได้ชี้แจงไปว่ากรณีนี้เป็นกรณีที่บอร์ดหมดวาระ ไม่ได้หมดอำนาจลงตามรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถ้าไม่หมดวาระก็ยังทำหน้าที่ได้ตามปกติ ขณะที่การทำงานของบอร์ดก็เป็นการพิจารณาคำขอที่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนทั้งประเภทธุรกิจเขตที่ให้การส่งเสริม มีหลักการพิจารณาว่าต้องดูองค์ประกอบอะไรบ้าง ไม่ใช่กรณีที่จะสร้างภาระผูกพันไปรัฐบาลหน้า







