posttoday
เรกูเลเตอร์ ‘น้ำมัน-ก๊าซ’

เรกูเลเตอร์ ‘น้ำมัน-ก๊าซ’

17 กุมภาพันธ์ 2557

ประเด็นร้อนๆ ที่สังคมไทยยังคงถกเถียงกันมานานเป็น 10 ปี ยังคงเป็นเรื่องการผูกขาดกิจการน้ำมันของประเทศ โดยบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ คือ บริษัท ปตท. ที่เรียกได้ว่าผูกขาดกิจการน้ำมันและก๊าซแบบเบ็ดเสร็จ

ประเด็นร้อนๆ ที่สังคมไทยยังคงถกเถียงกันมานานเป็น 10 ปี ยังคงเป็นเรื่องการผูกขาดกิจการน้ำมันของประเทศ โดยบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ คือ บริษัท ปตท. ที่เรียกได้ว่าผูกขาดกิจการน้ำมันและก๊าซแบบเบ็ดเสร็จ

นับตั้งแต่รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แปรรูป ปตท. เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2544 ปตท.ทำกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กระทั่งกำไรทะลุแสนล้านบาท แต่คนในประเทศบ่นว่าใช้น้ำมันแพงขึ้นทุกวัน

หลายฝ่ายพุ่งเป้าไปที่ ปตท. เพราะถือหุ้นโรงกลั่นน้ำมัน 4 แห่ง คือ ไทยออยล์ พีทีที โกลบอลเคมิคอล สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง และบางจากปิโตรเลียม กำลังการกลั่น 1.04 ล้านบาร์เรล คิดเป็น 85% ของกำลังการกลั่นทั้งประเทศ

มีข้อสังเกตน่าสนใจ คือ การคิดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่ ปตท.ขายให้คนไทย 7 แสนบาร์เรลต่อวัน พบว่า แพงกว่าราคาน้ำมันที่ ปตท.ส่งออกขายในต่างประเทศ จนเกิดปรากฏการณ์ว่าคนไทยใช้น้ำมันแพงกว่าน้ำมันส่งออก

ขณะที่การอ้างอิงราคาเนื้อน้ำมันที่ ปตท.ขายให้คนไทย มีการสร้างกลไกราคาเทียม ด้วยบวกค่าใช้จ่ายต่างๆ เข้าไปเสร็จสรรพในเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่น เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ฯลฯ ประหนึ่งว่ามีน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์

เพื่อลดความแคลงใจในสังคมว่าใครกันแน่ที่พูดจริง และราคาน้ำมันที่คนไทยใช้อยู่ ไม่นับราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลตรึงราคาไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ว่า ราคาเป็นธรรมหรือไม่ คงต้องพึ่งพาหน่วยงานกำกับ หรือ “เรกูเลเตอร์”

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันไทยมีหน่วยงานเรกูเลเตอร์ที่ทำหน้าที่กำกับกิจการพลังงาน คือ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

แต่เมื่อพลิกไปดูกฎหมายในมาตรา 3 ระบุชัดว่า กฎหมายฉบับนี้ ยกเว้นไม่ให้ กกพ.เข้าไปก้าวก่ายใน 34 เรื่อง เช่น กิจการปิโตรเลียม ซึ่งรวมถึงการให้สัมปทานน้ำมันและก๊าซ และการขายปลีกน้ำมันในประเทศ เท่ากับว่าถึงตอนนี้ไทยไม่มีกลไกที่ทำหน้าที่ดูแลราคาน้ำมันและก๊าซแพงที่เป็นอิสระ

กระทรวงพลังงานที่กำกับกิจการน้ำมันและก๊าซ ก็มีบทบาทและผลประโยชน์ที่ทับซ้อนอยู่มาก ฝ่ายการเมืองและข้าราชการสายตรงของนักการเมือง มีอำนาจจัดสรรทรัพย์สินของชาติ โดยไม่มีการตรวจสอบ ถ่วงดุล

เช่น คณะกรรมการปิโตรเลียมที่พิจารณาให้สัมปทานขุดเจาะน้ำมัน มีปลัดกระทรวงพลังงานนั่งหัวโต๊ะ ตลอดจนการกำหนดนโยบายน้ำมันและก๊าซ ตั้งเรื่องจากข้าราชการประจำ และอนุมัติโดยฝ่ายการเมือง

แต่ที่ตำตาตำใจที่สุดเห็นจะเป็นกรณีที่ฝ่ายที่คุมนโยบายน้ำมัน เช่น ปลัดกระทรวงพลังงานไปนั่งเป็นบอร์ด ปตท. และบริษัทลูกเสียเอง กำไรของ ปตท. ถูกส่งเข้ากระเป๋าใครต่อใครหลายคนทั้งทางตรงและทางอ้อม

ถึงตอนนี้น่าจะถึงเวลาที่ไทยต้องมีเรกูเลเตอร์ด้านน้ำมันและก๊าซเสียที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท