
ไทยออยล์ สุกๆดิบๆ
บริษัท ไทยออยล์ (TOP) ผู้ประกอบการโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดและครบวงจรในประเทศไทย ภายใต้การบริหารของ “วีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือน พ.ค. 2555 ธุรกิจก็เป็นขาลงมาตลอด จากกำไรสุทธิปี 2554 ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท ลดลงมาเหลือ 1.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2555 และ 9,944 ล้านบาท ในปี 2556 ตามราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่ลดลง
บริษัท ไทยออยล์ (TOP) ผู้ประกอบการโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดและครบวงจรในประเทศไทย ภายใต้การบริหารของ “วีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือน พ.ค. 2555 ธุรกิจก็เป็นขาลงมาตลอด จากกำไรสุทธิปี 2554 ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท ลดลงมาเหลือ 1.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2555 และ 9,944 ล้านบาท ในปี 2556 ตามราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่ลดลง
แนวโน้มราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่อง และค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย TOP จะผลักดันโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มในการกลั่นพยุงสถานะบริษัทให้ฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร
ปี 2557 TOP คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องเหลือ 102 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากราคาน้ำมันดิบ 105 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปี 2556
ทั้งนี้ เพราะความต้องการน้ำมันในตลาดโลกยังทรงตัวท่ามกลางการผลิตน้ำมันของผู้ผลิตที่อยู่นอกกลุ่มโอเปก โดยเฉพาะสหรัฐที่ผลิตน้ำมันดิบป้อนตลาดโลกอย่างมาก
ขณะที่ค่าการกลั่นสิงคโปร์ปี 2557 คาดว่าจะเพิ่มมาที่ 3.354 เหรียญสหรัฐจาก ปี 2556 อยู่ที่ 3.35 เหรียญสหรัฐ
ฉัตรฐาพงศ์ วังธนากร ผู้จัดการฝ่ายบริหารวางแผนการพาณิชย์ TOP กล่าวว่า วงจรธุรกิจน้ำมันและผลการดำเนินงานของบริษัทที่เป็นขาลงตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา คาดว่าปีนี้เริ่มจะดีขึ้น เนื่องมาจากกำลังการผลิตใหม่น้ำมันดิบน้อยกว่าความต้องการที่จะทำให้ค่าการกลั่นดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 25582560 จะมีโรงกลั่นใหม่เพิ่มขึ้นมากดดันผลการดำเนินงาน ซึ่งหลังจากปี 2561 จะต้องประเมินภาพรวมของธุรกิจโรงกลั่นอีกครั้งหนึ่ง
“วีรศักดิ์” ประมาณการว่า แม้ค่าการกลั่นจะเพิ่มเพียงเล็กน้อย แต่ช่วงกลางปีนี้จะมีโครงการปรับปรุงหน่วยการกลั่น ยกเลิกกลั่นน้ำมันมูลค่าต่ำให้เป็นมูลค่าที่สูงขึ้นที่จะทำให้ได้ผลตอบแทน 1,333 ล้านบาทต่อปี หรืออัตราผลตอบแทนต่อโครงการ 27% เข้ามาช่วยให้บริษัทยังมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตตามแผนเดือน เม.ย. 2557
ทั้งนี้ ซิตี้กรุ๊ปคาดว่าค่าการกลั่นของ TOP จะฟื้นตัวจาก 3.35 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2556 มาอยู่ที่ 3.8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสแรกปีนี้ จากส่วนต่างราคาวัตถุดิบและราคาขาย (สเปรด) ของเบนซินจะดีขึ้นมาที่ 14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่สเปรดดีเซลจะทรงตัวที่ 17.9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
“เราเชื่อว่าความต้องการและการผลิตของโรงกลั่นจะทรงตัวจากการที่โรงกลั่นญี่ปุ่นและออสเตรเลียปิดตัวในขณะที่ TOP ได้รับผลกระทบจากการเมือง”
ทั้งนี้ “ฉัตรฐาพงศ์” ให้ข้อมูลว่าความต้องการเบนซินและดีเซล 2 เดือนแรกของปีนี้ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพราะเหตุการณ์ชุมนุมประท้วง
TOP มีกำลังการกลั่น 2.75 แสนบาร์เรลต่อวัน โดย 26% เป็นการกลั่นในประเทศไทย และมีกำลังการผลิตอะโรเมติกส์ 9 แสนตันต่อปี บริษัทนำเข้าน้ำมันดิบมาจากตะวันออกกลาง 85% ที่เหลือมาจากประเทศเพื่อนบ้านและในประเทศ และนำมากลั่นเป็นดีเซล เจท แอลพีจี และน้ำมันเป็นกระบวนการกลั่นเป็นผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์และพาราไซลีน เบนซิน โทลูน และผสมไซลีน และเข้าสู่กระบวนเผาผลาญเป็นน้ำมันมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นส่วนผสมในการผลิตน้ำมัน







