posttoday
STPIลุ้นทะลุ1.3หมื่นล้าน

STPIลุ้นทะลุ1.3หมื่นล้าน

17 กุมภาพันธ์ 2557

พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัวทำสถิติสูงสุดใหม่ผลขึ้นราคาโครงการใหญ่

พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัวทำสถิติสูงสุดใหม่ผลขึ้นราคาโครงการใหญ่

STPI ลั่นรายได้ปีนี้พุ่งกว่าเท่าตัวทำจุดสูงสุดใหม่ ลุ้นทะลุ 1.3 หมื่นล้าน ปรับขึ้นราคาโครงการใหญ่

น.ส.เปรมภาว์ หิตะพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) เปิดเผยว่า กำลังเจรจากับลูกค้าเพื่อปรับขึ้นราคางานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ Ichthys Onshore LNG Facilities ซึ่งเป็นงานประกอบโรงงานสําเร็จรูป สําหรับแยกก๊าซแอลเอ็นจี มูลค่ารวม 2.2 หมื่นล้านบาทในออสเตรเลีย เนื่องจากลูกค้าต้องเร่งโครงการให้เสร็จเร็วกว่าสัญญา ซึ่งจะได้ข้อสรุปของราคาใหม่ในปลายไตรมาสแรก หรือต้นไตรมาส 2 ส่งผลให้รายได้รวมในปีนี้สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 11.3 หมื่นล้านบาท เทียบกับปี 2556 ที่มีรายได้ 5,000 ล้านบาท

“ปี 2557 เราจะมีรายได้ทุบสถิติสูงสุดใหม่ จากที่เคยทำได้สูงสุดไว้ในปี 2552 ที่ประมาณ 8,700 ล้านบาท โดยรายได้ในปีนี้ทั้งหมดจะมาจากการรับรู้จากโครงการ Ichthys นี้” น.ส.เปรมภาว์ กล่าว

ขณะที่อัตรากำไรสุทธิในปีนี้ยอมรับจะลดลงอยู่ที่ราว 20% ลดลงจากปี 2556 ที่ทำได้ประมาณ 30% เนื่องจากงานในปีนี้มีอัตรากำไรต่ำกว่าปีก่อน สำหรับงานที่เหลือของโครงการ Ichthys มูลค่าอีก 5,0007,000 ล้านบาท จะสามารถรับรู้รายได้ทั้งหมดได้ในปี 2558

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างรอประกาศผลงานประมูลใหม่ ซึ่งจะรู้ผลในไตรมาสแรกนี้ ในประเทศ 3 ประเทศ คือ รัสเซีย โมซัมบิก และแคนาดา มูลค่ารวมประมาณ 2.5 แสนล้านบาท โดยมีโอกาสได้งานมูลค่า 23 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ งานใหม่ดังกล่าวจะสามารถเริ่มโครงการได้ในช่วงปลายไตรมาส 4 ปี 2558 และจะใช้เวลาทยอยรับรู้รายได้เป็นเวลา 2 ปี

สำหรับในช่วงปลายไตรมาสแรก หรือต้นไตรมาส 2 ปี 2557 นี้ น่าจะได้ข้อสรุปการลงนามในสัญญากับพันธมิตรต่างประเทศผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ระดับโลก 1 ราย โดยขณะนี้อยู่ในขั้นเจรจาผู้รับเหมารายใหญ่ (EPC) จำนวน 23 ราย ในประเด็นราคา อายุสัญญา รวมทั้งอัตราการใช้โรงประกอบและการใช้พื้นที่ท่าเรือ เพื่อรับจ้างทำงานประกอบโครงสร้างโมดูล เพื่อเป็นการสนับสนุนงานพันธมิตรรายดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้รับเหมาที่รับงานโครงการอยู่ทั่วโลก

ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาเพื่อรับจ้างงานระยะยาวขั้นต่ำเป็นเวลา 5 ปี โดยจะมีงานส่งให้กับบริษัทเป็นมูลค่าขั้นต่ำประมาณ 800-1,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่สม่ำเสมอเข้ามาในระยะยาว โดยภายหลังการเซ็นสัญญารับงานดังกล่าวจะส่งผลให้บริษัทมีอัตราการใช้โรงประกอบที่แหลมฉบังทั้ง 3 พอร์ตที่มีพื้นที่รวม 300 ไร่ เต็มทั้งหมด 100%

อย่างไรก็ดี ภายหลังการเซ็นสัญญารับจ้างทำงานโมดูลแล้วลูกค้าจะต้องแจ้งล่วงหน้า 1 ปี เพื่อส่งงานให้บริษัท ดังนั้นการรับจ้างโมดูลจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาสแรก ปี 2558

“แม้จะได้งานใหม่มูลค่าใหญ่ๆ เข้ามาเพิ่มยืนยันว่าสถานะการเงินบริษัทแข็งแกร่งพร้อมรองรับงาน เฉพาะ 9 เดือนแรกปี 2556 มีเงินสดภายในบริษัทถึง 4,000 ล้านบาท อัตราหนี้สินต่อทุนต่ำอยู่ที่ 0.65 เท่า เป็นหนี้เจ้าหนี้การค้าทั้งหมด ไม่มีหนี้กู้จากสถาบันการเงิน ขณะที่การรับงานลูกค้าจะทดรองจ่ายเงินให้ก่อนด้วย ดังนั้นตามแผนงานไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนหรือกู้เงินเพิ่ม ส่วนปัญหาการเมืองไม่กระทบเพราะงานของบริษัทอยู่ต่างประเทศทั้งหมด และเป็นประเทศที่เศรษฐกิจยังขยายตัวดีไม่ได้เข้าไปในประเทศที่มีปัญหา” น.ส.เปรมภาว์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท