posttoday
"เด็มโก้"โตอย่างมั่นคง

"เด็มโก้"โตอย่างมั่นคง

17 กุมภาพันธ์ 2557

นับตั้งแต่บริษัท เด็มโก้ (DEMCO) นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2549 เป็นต้นมา กิจการสามารถเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการต่อยอดไปทำธุรกิจหลากหลาย พร้อมกับการได้รับความเชื่อถือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น ธนาคารพาณิชย์ รวมถึงคู่ค้าและพันธมิตร

นับตั้งแต่บริษัท เด็มโก้ (DEMCO) นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2549 เป็นต้นมา กิจการสามารถเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการต่อยอดไปทำธุรกิจหลากหลาย พร้อมกับการได้รับความเชื่อถือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น ธนาคารพาณิชย์ รวมถึงคู่ค้าและพันธมิตร

“พงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์” กรรมการผู้จัดการ DEMCO เคยทำงานอยู่ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก่อนที่จะลาออกมาทำบริษัท เด็มโก้ เพื่อประกอบธุรกิจก่อสร้างและติดตั้ง ในงานระบบ สายส่งไฟฟ้า สถานีไฟฟ้า รวมถึงเสาโทรคมนาคม

ฐานธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีความแข็งแกร่ง รายได้เติบโตขึ้นทุกปี ปีละ 510% เพราะเน้นรับงานของลูกค้าที่ดี เมื่อบริษัทแข็งแรงขึ้น จึงมีการขยายเข้าไปสู่ธุรกิจพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ทั้งงานก่อสร้างและการร่วมลงทุน ส่งผลให้รายได้เติบโตก้าวกระโดดและกำไรยังมีโอกาสขยายตัวสูงกว่ารายได้อีกด้วย

ภาพการเติบโตของบริษัทเกิดขึ้นอย่างชัดเจนได้ในช่วงปี 2553-2556 โดยมีรายได้รวม 2,500 ล้านบาท 3,300 ล้านบาท 6,050 ล้านบาท และประมาณ 5,600 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และกำไรสุทธิปี 2554 ที่ 119 ล้านบาท ปี 2555 ที่ 396 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

ทั้งนี้ แม้ว่ารายได้ในปี 2556 จะลดลง เกิดจากโครงการรับเหมาก่อสร้างล่าช้า แต่คาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นกว่าปี 2555 เนื่องจากบริษัทมีการรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมห้วยวง 23 ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะได้รับเงินปันผลจำนวน 1,600 ล้านบาท เป็นเพราะกระแสลมแรงที่สุดในไตรมาสสุดท้าย ทำให้รายได้จะมากกว่า 80 ล้านบาท จากไตรมาส 3 ทำได้ 79 ล้านบาท โดยรวม 9 เดือน รวมจำนวน 133 ล้านบาท เทียบกับปี 2555 เพิ่งมีการขายไฟเข้าระบบ

สำหรับแนวโน้มในปี 2557 รายได้จะเติบโตอีก 5-10% จากปี 2556 ที่ทำได้ 5,700 ล้านบาท ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างก็ยังคงเติบโต บริษัทวางแผนที่จะเข้าร่วมประมูลงาน โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจะมีการรับงานใหม่ประมาณ 3,500 ล้านบาท

แม้ว่างานภาครัฐจะตกอยู่ในช่วงสุญญากาศก็ตาม แต่การลงทุนในธุรกิจพลังงานจะมีการตั้งงบประมาณรองรับไว้ในระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศชาติ คาดว่าในช่วงเดือน เม.ย.นี้ กฟผ.จะเปิดประมูล 4 โครงการ มูลค่า 2,000 ล้านบาท และจะรับงาน กฟภ.อีกประมาณ 1,400 ล้านบาท ยังไม่รวมงานโรงไฟฟ้าของภาคเอกชนอีกประมาณ 800 ล้านบาท และงานโครงการพลังงานลมที่ จ.ชัยภูมิ มูลค่าประมาณ 600-700 ล้านบาท

ในปี 2557 นอกจากจะมีกำไรจากธุรกิจพลังงานทดแทนมากกว่า 220 ล้านบาทแล้ว บริษัทจะมีรายได้จากธุรกิจใหม่ อาทิ เสาโทรคมนาคม จำนวน 400-500 ล้านบาท และรายได้จากประเทศเพื่อนบ้านอีก 2 ประเทศ เป็นปีแรก

พงษ์ศักดิ์ ประมาณการแนวโน้มในปี 2558 ก็ยังมีโอกาสเติบโตสูงเช่นเดียวกัน แต่จะมากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัท ว่าจะถือหุ้นในบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำนวน 4% ต่อไป หรือจะขายหุ้นออกไปเมื่อบริษัท วินด์ เสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ตอนเข้าตลาดหลักทรัพย์ ถึงตอนนั้นบริษัทต้องดูกระแสเงินสดและเทคโนโลยีก่อนตัดสินใจ หากมีความพร้อมก็จะถือหุ้นลงทุนต่อไป เนื่องจากในปีนั้นบริษัท วินด์ มีแผนจะต้องลงทุนเพิ่มอีก 4 โครงการ รวม 360 เมกะวัตต์ ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อลงทุนเพิ่มตามสัดส่วนการถือหุ้น

อย่างไรก็ตาม หากถือหุ้นลงทุนต่อไปกว่า 4 โครงการใหม่ จะก่อสร้างเสร็จและจ่ายเงินปันผลได้ต้องรอปี 2560 แต่หากตัดสินใจขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรกก็จะมีกำไรทันทีในปี 2558

“บริษัทยังคงเน้นงานรับเหมาก่อสร้างที่สร้างรายได้ถึง 60% แต่งานไหนทำแล้วไม่มีกำไรเพราะการแข่งขันสูง เราจะไม่เข้าไปร่วม ซึ่งที่ผ่านมาก็หยุดรับงานของ กฟผ.มาตั้งหลายปี เพิ่งจะเข้าไปรับงานใหม่เมื่อปี 2556 แนวโน้มงานรับเหมาเกี่ยวกับไฟฟ้ายังจะเติบโตอีกมาก จึงเป็นจังหวะที่ดีของเรานอกจากบริษัทมีชื่อเสียงเรื่องนี้มากอยู่แล้ว ทั้งตัวผม แม่ผม ผู้บริหาร และกรรมการหลายคนยังเคยทำงานอยู่ที่ กฟผ. จึงมีความสัมพันธ์ที่ดี”

ด้านการขยายธุรกิจในอนาคต “ไพฑูรย์ กำชัย” รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการเงินและบัญชี กล่าวว่า ในช่วง 1-2 ปีนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน เนื่องจากสถาบันการเงินมีความมั่นใจกับเด็มโก้มาก

ปัจจุบันยังมีกระแสเงินสดอยู่ 300-400 ล้านบาท จากกำไรธุรกิจรับเหมาและการลงทุน รวมถึงมีวอร์แรนต์รอแปลงเป็นหุ้นจำนวน 2 ชุด (DEMCOW5 และ DEMCOW6) จะได้เงินเข้ามาอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท ในเดือน ก.พ. 2558 ซึ่งมีโอกาสสูงที่ผู้ถือหุ้นจะมาใช้สิทธิแปลงในราคาหุ้นละ 12 บาท เนื่องจากราคาหุ้นในปัจจุบันยังไม่ตอบรับเรื่องกำไรที่ได้รับจากพลังงานลมเลย

บริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) เพียง 0.8 เท่ายังไม่ถึง 1 เท่าด้วย ยังมีความสามารถในการก่อหนี้เพิ่มขึ้นได้มาก และยังสามารถออกเป็นตั๋วเงินระยะสั้น (บี/อี) เป็นงวดๆ ได้ เช่น 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยเพียง 45% เมื่องานเสร็จก็นำเงินไปชำระหนี้คืนได้ทันที ไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ยจ่ายในส่วนของเงินที่ไม่ได้ใช้สำหรับการลงทุน

“ไพฑูรย์” ยังกล่าวต่ออีกว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วที่ผ่านมาและจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในอนาคต ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นเข้ามาลงทุนในหุ้น DEMCO มากขึ้น เห็นได้จากบริษัทมีจำนวนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากจำนวน 2,200 ราย ในปี 2554 ปัจจุบันมีมากถึง 1.3 หมื่นราย และยังมีการถือลงทุนผ่าน ไทยเอวีดีอาร์ อีก 9% ด้วย พร้อมโครงสร้างเปลี่ยนไป มีสถาบันในประเทศเข้ามาลงทุนด้วย เช่น กองทุนของพนักงานรัฐสาหกิจ เช่น การบินไทย และโรงงานยาสูบ ทำให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพมากขึ้น และปริมาณการซื้อขายหุ้นของบริษัทก็เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่ามีโอกาสที่จะได้รับเลือกเข้าสู่การคำนวณ ดัชนี SET 100 ซึ่งบริษัทเคยติดอันดับก่อนหน้านี้ เชื่อว่าจะทำให้หุ้น DEMCO เป็นที่สนใจมากยิ่งขึ้น!!!

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง