
เอ็น.ซี.ซี.ฯ กระจายเสี่ยงแตกไลน์ธุรกิจนอกศูนย์
การกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจคือสิ่งสำคัญ ยิ่งภาวะบ้านเมืองไม่มีความแน่นอน
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจคือสิ่งสำคัญ ยิ่งภาวะบ้านเมืองไม่มีความแน่นอน จะช่วยให้ธุรกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เบาลง หรืออาจกลายเป็นโอกาสทำให้ธุรกิจยังโตได้
ศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า 35 ปีที่ผ่านมา บริษัทพยายามกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจมาตลอด จากเดิมเป็นเพียงผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็เริ่มกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศผ่านการดำเนินงานบริษัทย่อย 4 บริษัท ทำธุรกิจด้านการรับบริหารศูนย์ประชุม การจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ การติดตั้งบูธตามงานต่างๆ และธุรกิจจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม
ธุรกิจการรับบริหารศูนย์ประชุม ได้ขยายไปรับบริหารศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี หาดใหญ่ และกำลังเจรจาเป็นที่ปรึกษาให้ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ คาดว่าสรุปผลได้ในครึ่งปี โดยล่าช้าเพราะต้องรอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจอีกครั้ง
ส่วนธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ จะนำพันธมิตรผู้ประกอบการไทยไปร่วมออกงานในต่างประเทศ และพยายามนำต่างชาติเข้ามาจัดงานที่ศูนย์ เจาะกลุ่มยุโรปที่เศรษฐกิจไม่ดีและต้องการขยายธุรกิจในอาเซียนเพื่อสร้างรายได้ โดยจะจับมือบริษัทจัดงานในต่างประเทศ เสนอให้นำผู้ประกอบการในยุโรปมาร่วมออกบูธในงานที่บริษัทเป็นผู้จัดอยู่แล้ว อีกทั้งยังเน้นเชิญตัวแทนผู้ประกอบการต่างชาติมาดูงานแสดงสินค้าและนิทรรศการในไทย ล่าสุดที่เน้นคือ ผู้ประกอบการกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม
ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ธุรกิจการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ปัจจุบันได้ขยายร้านอาหารในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เพิ่ม จากเดิมมี เรทโทร ไลฟ์ คาเฟ่ ก็เพิ่มร้าน เลค แอนด์ พาร์ค ห้องอาหารริมทะเลสาบ รวมทั้งมีร้าน Easybake ร้านเบเกอรี่ภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งล่าสุดได้ขยายสาขา 2 ที่เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์ พร้อมเปิดร้าน Brew : Beers & Ciders ร้านเบียร์สด ที่เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์ เช่นกัน ไม่เพียงเท่านี้ยังมีบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือ บริษัทต่างชาติที่มีสาขาในไทย และต้องการจัดงานเลี้ยง งานประชุมนอกสถานที่ บริษัทที่อยู่ตามนิคมอุตสาหกรรมในต่างจังหวัดที่ต้องการจัดประชุม สัมมนา ภายในนิคมอุตสาหกรรมเอง
นอกจากนี้ ในอีก 35 ปีวางแผนว่าจะไปรับบริหารศูนย์อาหารของอาคารต่างๆ โดยใช้ความถนัดที่บริหารศูนย์อาหารของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์มาแล้ว มีระบบการบริหารจัดการที่ดี โดยแนวทางล่าสุดที่บริษัททำ คือ ไปร่วมทุน ถือหุ้น 80% ในบริษัท ไทยโชว์ 2013 ลงทุน 200 ล้านบาท ทำธุรกิจจัดการแสดงมวยไทย ไลฟ์ ที่โรงละคร เดอะ สเตจ @ เอเชียทีค นำเสนอศิลปะต่อสู้มวยไทย โดยอนาคตตั้งเป้าหมายใช้โรงละครแห่งนี้ เป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการจัดประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (ไมซ์) ในบรรยากาศริมน้ำ สถานที่นี้จุคนได้ 600 คน
ทั้งนี้ ในอดีตรายได้ของ เอ็น.ซี.ซี.ฯ มาจากธุรกิจภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 80% นอกศูนย์ 20% คาดว่าสัดส่วนรายได้ปีนี้จะมาจากในศูนย์ 70% นอกศูนย์ 30% อนาคตหากเป็นไปได้จะปรับสัดส่วนรายได้ในศูนย์เหลือ 40% นอกศูนย์ 60% ส่วนปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท เติบโต 15% จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก
“เวลานี้หากไม่กระจายความเสี่ยงธุรกิจออกไปทำธุรกิจใหม่ๆ หรือตลาดใหม่ มัวแต่ย่ำอยู่กับที่ โอกาสโตและอยู่รอดเป็นสิ่งที่ยากขึ้น” ศักดิ์ชัย ตั้งข้อสังเกตส่งท้าย







