
ธนาคารออมสินยอมรับปล่อยกู้ธกส.5พันล้าน
ธนาคารออมสินยอมรับอนุมัติให้กู้สินเชื่ออินเตอร์แบงก์ ธ.ก.ส.เพื่อเสริมสภาพคล่อง 5,000 ล้านบาทไม่ใช่ 9,000ล้านบาท ย้ำไม่เกี่ยวโครงการจำนำข้าว
ธนาคารออมสินยอมรับอนุมัติให้กู้สินเชื่ออินเตอร์แบงก์ ธ.ก.ส.เพื่อเสริมสภาพคล่อง 5,000 ล้านบาทไม่ใช่ 9,000ล้านบาท ย้ำไม่เกี่ยวโครงการจำนำข้าว
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน แถลงว่า ยอมรับว่าธนาคารออมสินได้ปล่อยสินเชื่อระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จริง แต่เป็นการให้กู้เพื่อเสริมสภาพคล่องของ ธ.ก.ส. ไม่ได้ปล่อยกู้โดยตรงให้กับโครงการจำนำข้าวแน่นอน ซึ่งการให้กู้ดังกล่าวได้ออกเป็นตั๋วสัญญากู้เงิน(P/N)ในระยะสั้นไม่กิน 30 วัน ไม่ใช่ 9 เดือน
"บอร์ดอนุมัติวงเงินกู้อินเตอร์แบงก์ไว้ตั้งแต่เดือนม.ค.ที่ผ่านมา ตามหลักการทำธุรกรรมปกติ ที่สภาพคล่องเหลือธนาคารก็นำไปบริหารปล่อยกู้ตามปกติ ซึ่งอนุมัติไว้วงเงินสูงสุดถึง 2 หมื่นล้านบาท แต่ ธ.ก.ส.กู้จริงและโอนเงินไปแล้วครั้งล่าสุดเมื่อ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา มียอดให้กู้เพียง 5,000 ล้านบาท ไม่ใช่ 9,000 ล้านบาท"นายวรวิทย์กล่าว
นายวรวิทย์กล่าวอีกว่า การให้กู้ดูจากหลัก 3 ด้าน คือ ดูสภาพคล่องของธนาคารออมสิน ดูสภาพคล่องของ ธ.ก.ส. และดูดอกเบี้ย ซึ่งการให้กู้ธนาคารรัฐด้วยกันไม่มีความเสี่ยง ดังนั้นจึงอยากให้ลูกค้าของธนาคารมีความสบายใจและมั่นใจในการปล่อยสินเชื่อครั้งนี้ว่าจะไม่มีผลกระทบต่อสถานะของธนาคารและมีความเสี่ยงกับเงินฝากอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ การอนุมัติเงินกู้ครั่งนี้มีการพูดคุยเจรจาและประชุมคณะกรรมการธนาคารตั้งแต่ปลายปี 2556 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีปัญหาการชุมนุมเกิดขึ้น และหลังจากมีกระแสการชุมนุมคัดค้านเรื่องธนาคารออมสินก็ไม่เคยมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการสินเชื่อในการพิจารณาการปล่อยสินเชื่อในโครงการรับจำนำข้าวเลย
นายวรวิทย์ กล่าวว่า การฝาก-ถอนเงินของธนาคารออมสินยังเป็นปกติ ไม่มีการถอนเงินออกจนผิดปกติ โดยธนาคารมียอดเงินฝาก 1.87 ล้านล้านบาท มีสินทรัพย์ 2.17 ล้านล้านบาท โดยมีสภาพคล่องส่วนเกินประมาณ 2 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตามธนาคารออมสินอยากจะขอร้องให้ประชาชนเข้าใจและไม่แห่ออกมาถอนเงิน เพราะที่ผ่านมาธนาคารออมสินได้ให้สินเชื่อแบบอินเตอร์แบงก์กับธนาคารต่างๆถึง 35 แห่ง ทั้งไทยและต่างประเทศที่ทำธุรกิจในไทย ดังนั้นการปล่อยกู้ครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นนิติกรรมอำพรางให้กับรัฐบาลรักษาการอย่างแน่นอน
"เรายอมรับว่าห่วงเรื่ิองความเข้าใจผิดแล้วแห่มาถอนเงินของลูกค้า แต่เราก็ยืนยันว่าการให้กู้หรือการทำธุรกิจจะคำนึงถึงความเสี่ยงและความรู้สึกของลูกค้าประชาชน เบื้องต้นจะมีปัญหาแห่ถอนเงินหรือไม่คงดูประมาณ 2-3 วันก็น่าจะทราบว่าเกิดปัญหาเงินฝากไหลออกหรือไม่ ยังต้ิงติดตามและประเมินสถานการณ์ก่อน"นายวรวิทย์กล่าว







