
แนะพักลงทุนระยะสั้น
รอทิศทางหุ้นชัดกลางปีในงานเสวนา เรื่อง “ลงทุนอย่างไร หากวิกฤตไทยลากยาว”
รอทิศทางหุ้นชัดกลางปีในงานเสวนา เรื่อง “ลงทุนอย่างไร หากวิกฤตไทยลากยาว” วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง ได้ประเมินว่า สถานการณ์ทางการเมืองน่าจะคลี่คลายภายในกลางปีนี้ ดังนั้นนักลงทุนระยะยาวหากเลือกซื้อหุ้นบริษัทที่ดีและไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองจะถือว่าได้ของดีราคาถูก สำหรับนักลงทุนระยะสั้นควรจะพักการลงทุนไว้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และแนะนำให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยเร็ว
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประเมินว่า สถานการณ์การเมืองจะมีความชัดเจนภายในกลางปีนี้ และเชื่อว่าในครึ่งปีหลังจะเป็นโอกาสการลงทุน
ทั้งนี้ นักลงทุนที่กังวลต่อความผันผวนแนะนำให้ลงทุนในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอและราคาจะลงน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ
นายนิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนรายใหญ่ เปิดเผยว่า นักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นอยู่ในมือ ในช่วงนี้ถือเป็นจังหวะดีที่จะลงทุน หากจะรอซื้อของถูกเมื่อนักลงทุนตกใจคงจะยากแล้ว
ดัชนีดีดตัวขึ้น
ดัชนีหุ้นไทยช่วงสัปดาห์วันที่ 1013 ก.พ. 2557 ปรับตัวขึ้น หลังความกังวลปัจจัยการเมืองคลายตัวลงส่วนหนึ่ง โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,311.87 จุด เพิ่มขึ้น 1.19% จากสัปดาห์ก่อน ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 4.84% มาอยู่ที่ 25,414.41 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือ (mai) ปิดที่ 372.18 จุด เพิ่มขึ้น 1.7% จากสัปดาห์ก่อน
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 17-21 ก.พ. 2557 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย และบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ดัชนียังคงผันผวน โดยต้องจับตาการประกาศตัวเลขข้อมูลตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2556 ของไทย
สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ บันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และดัชนีราคาผู้บริโภค ขณะที่จีนและยูโรโซนจะมีการรายงานเครื่องชี้การผลิต ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,300 และ 1,288 ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,320 และ 1,382 ตามลำดับ
ซีอีโอ APCO แจงท่อน้ำเลี้ยง
นายพิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ (APCO) หนึ่งในรายชื่อท่อน้ำเลี้ยงผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เปิดเผยว่า การบริจาคเงินให้ กปปส. เป็นการส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท และพร้อมหากจะมีการเข้ามาตรวจสอบบริษัท ที่ผ่านมาทำทุกอย่างถูกต้องโปร่งใส 100% และ APCO ถือว่าเป็นบริษัทที่จ่ายเงินได้ภาษีนิติบุคคลมากที่สุดในภาคเหนือ และเป็นบริษัทที่มีกิจกรรมเรื่องเพื่อสังคมและมีความรับผิดชอบต่อสังคมมาตลอด สำหรับกรณีนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยังไม่ได้มีการสอบถามมาอย่างเป็นทางการภายหลังจากมีรายชื่อติดโผท่อน้ำเลี้ยงมีเพียงเจ้าหน้าที่โทรมาสอบถาม ซึ่งก็บอกไปว่าเป็นการบริจาคในนามส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลท. และผู้จัดการเอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ปรากฏรายชื่อเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ไม่จำเป็นต้องมีการชี้แจงรายละเอียดมายังตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากยังไม่มีการชี้มูลความผิดเป็นเพียงการกล่าวหา







