
ปูนใหญ่เตือนลงทุนไทยน้อยลง
ปัจจัยถ่วงรั้งประเทศไทยให้เติบโตเวลานี้ ไม่มีปัจจัยไหนหนักหนาเท่าการเมือง
ปัจจัยถ่วงรั้งประเทศไทยให้เติบโตเวลานี้ ไม่มีปัจจัยไหนหนักหนาเท่าการเมือง นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า เหตุการเมืองวุ่นวายทำให้บริษัทต่างชาติสนใจจะเข้ามาลงทุน หรือขอร่วมทุนกับบริษัทในไทยน้อยลง เพราะคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อยู่ในช่วงสุญญากาศไม่สามารถอนุมัติส่งเสริมการลงทุน โดยมีปริมาณคำร้องขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้บริษัทก็ต้องพยายามคุยกับนักลงทุนญี่ปุ่นให้ยังลงทุนต่อไป แต่ก็ยอมรับว่านักลงทุนต่างชาติบางรายอาจจะรอไม่ไหวหนีไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้านแทน ขณะที่บริษัทเองก็ต้องปรับตัวด้วยการเน้นส่งสินค้าไปทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยใช้ฐานบริษัทในต่างประเทศที่ทางบริษัทไปลงทุนไว้ช่วยขยายตลาดให้ เพราะประเมินแล้วว่าตลาดในประเทศคงจะโตไม่มากเท่าที่เคยคาด โดยเดิมคาดว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศปีนี้ จะโต 9% แต่จากสถานการณ์การเมืองน่าจะโตเหลือแค่ 7% เท่านั้น
ท่องเที่ยวปรับแผนบริหารคน
ภาคธุรกิจท่องเที่ยวยังคงตกที่นั่งลำบากต่อไป ตราบเท่าที่รัฐบาลยังไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินและการเมืองยังวุ่นวาย เพราะรายจ่ายประจำมีเต็มหน้าตัก แต่รายได้เข้าไม่เต็มกระเป๋า ด้วยเหตุนี้ทั้งทัวร์และโรงแรมจะเริ่มปรับเทคนิคการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจมากขึ้น เช่น ให้บุคลากรทยอยใช้วันลา วันหยุด ช่วงนี้ที่ลูกค้ายังน้อยอยู่ ย้ายบุคลากรจากพื้นที่ที่ลูกค้าน้อย ไปทำงานสาขาที่ลูกค้ามากชั่วคราว รวมถึงการหยุดรับพนักงานใหม่แม้ว่าจะมีพนักงานเก่าลาออกไป และชะลอการปรับขึ้นเงินเดือน แต่หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อแบบนี้ไปอีก 35 เดือน อาจจะต้องพูดคุยให้ผลัดกันทำงานวันเว้นวันและลดเงินเดือนลงมาได้ อย่างไรก็ตามวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นวันแห่งความรัก ดังนั้นโรงแรมหลายแห่งก็หวังว่า จะลุ้นสร้างรายได้จากช่วงนี้บ้าง โดยเน้นไปที่การทำโปรโมชั่นร้านอาหารเพื่อดึงคู่รักมาใช้บริการ
ซ่อมบ้านไอทีโตสวนการเมือง
ธุรกิจไหนจะยอดขายสะเทือนจากชุมนุมการเมือง แต่สำหรับซ่อมบ้านและไอทีกลับโตสวนทางได้ โดยกลุ่มบริษัท ไทวัสดุ โฮมเวิร์ค บ้าน แอนด์ บียอนด์ และเพาเวอร์บาย บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ ยังเห็นยอดจับจ่ายสินค้าในเครือโตต่อเนื่อง น่าจะเป็นแรงหนุนจากเทศกาลต่างๆ เช่น ฉลองปีใหม่ ตรุษจีน และวาเลนไทน์ ที่ทำให้คนมาซื้อสินค้าไปมอบให้คนในครอบครัวและคนรอบข้าง ซึ่งสินค้าตกแต่งบ้านและซ่อมแซมบ้าน กับไอที เป็นกลุ่มสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันทำให้คนเลือกซื้อสูง จากเหตุผลนี้เองทำให้บริษัทตัดสินใจทุ่มงบถึง 100 ล้านบาท จัดงานโฮมเวิร์ค เอ็กซ์โป ครั้งที่ 16 ซึ่งจะมีถึงวันที่ 23 ก.พ.นี้ ที่ไบเทค บางนา ฮอลล์ 101-105 ภายใต้สโลแกน ลดยกใหญ่ ลดสูงสุด 80% พร้อมจับมือสถาบันการเงินทำโปรโมชั่นลดเพิ่มเติมอีก 40% เพื่อกระตุ้นยอดขายให้โตขึ้นไปอีก โดยคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานไม่ต่ำกว่า 6 แสนคน ยอดขายหลังจบงานกว่า 600 ล้านบาท
ซัมซุงบูมเครื่องปรับอากาศ
ฤดูหนาวผ่านไป ฤดูร้อนกำลังจะมา ธุรกิจเครื่องปรับอากาศจึงเริ่มเตรียมแผนการตลาดอย่างเข้มข้นมารอกันแล้ว เช่น ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ที่เชื่อว่าตลาดเครื่องปรับอากาศจะโต 15% จากปีก่อน มีมูลค่า 1.28 หมื่นล้านบาท เชิงปริมาณอยู่ที่ 1.4 ล้านเครื่อง เติบโต 12-13% เพราะอากาศปีนี้น่าจะร้อนกว่าทุกปีจากปรากฏการณ์เอลนินโญ ที่มีโอกาสเกิดถึง 40% ขณะที่อัตราการครอบครองเครื่องปรับอากาศในครัวเรือนยังมีแค่ 30% เท่านั้น ทำให้ตลาดมีโอกาสโตได้อีกมาก โดยเชื่อว่าการเมืองคงจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศ เพราะเมื่อปี 2553 มีปัญหาการเมือง แต่ตลาดก็ยังโตได้ 20-30% อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาท บริษัทจึงวางแผนทำตลาดรองรับหากกำลังซื้อผู้บริโภคลดจนระมัดระวังการใช้จ่ายไว้แล้ว โดยใช้กลยุทธ์ให้ซื้อสินค้าระบบเงินผ่อนเพิ่มขึ้น จากเดิมไม่เน้นกลยุทธ์นี้ เช่น นำเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องปรับอากาศรุ่นอินเวอร์เตอร์ จัดแคมเปญโปรโมชั่นคลายร้อนผ่อนนาน ให้ลูกค้าผ่อน 0% นาน 24 เดือน พร้อมกับเปิดตัวเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ ดีไซน์สามเหลี่ยม 25 รุ่น







