
ปูนซิเมนต์ไทยกับรางวัล Excellence in Value Creation
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) คว้ารางวัลชนะเลิศสาขา Excellence in Value Creation
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) คว้ารางวัลชนะเลิศสาขา Excellence in Value Creation ในระดับเอเชีย ถือเป็นองค์กรแรกของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลนี้ จัดโดย The Shared Services & Outsourcing Network (SSON) ซึ่งเป็นเครือข่ายศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้าน Shared Services และ Outsourcing ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีจำนวนสมาชิกกว่า 95 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นเพียงปีที่ 2 ที่บริษัทได้ส่งเข้าประกวดทั้งหมด 3 สาขา
“พิชิต ลีละพันธ์เมธา” ผู้อำนวยการสำนักงานบัญชีกลาง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท SCG Accounting Services เปิดเผยว่า บริษัทได้รับรางวัลนี้เพราะปรับการบริหารจัดการองค์กรภายในทั้งองค์กร ตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เป็นต้นมา ที่บริษัทมีนโยบายลดจำนวนบริษัทหรือลดขนาดองค์กรลงมา และเห็นว่าหนึ่งในนั้นคือฝ่ายบัญชีสามารถทำได้เช่นกัน
ดังนั้น บริษัทจึงเริ่มบริหารองค์กรบัญชีด้วย Shared Services Business Model เพื่อปรับกระบวนการทำงานด้านบัญชีให้มีประสิทธิภาพและทำให้เกิดประสิทธิภาพของการลดต้นทุนให้มากที่สุด
ทั้งนี้ ประโยชน์ของ Shared Services จะช่วยทำให้องค์กรเน้นไปที่ธุรกิจ ทำให้เกิดการควบคุมนโยบายทางบัญชีจากส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในยุคที่ปูนซิเมนต์ไทยมีนโยบายการขยายตัวธุรกิจอย่างมาก สุดท้ายบุคลากรทุกฝ่ายซึ่งรวมถึงฝ่ายบัญชีก็ได้รับการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพด้วย เพราะการส่งรายงานทางการเงินต่างๆ มีความเที่ยงตรงและมีความเป็นกลางตามมาตรฐานวิชาชีพมากขึ้น ขณะที่วันนี้ระบบการทำบัญชีแบบนี้ ได้รับการตอบรับและเป็นที่สนใจของบริษัทหรือภาคเอกชนมากขึ้น
“พิชิต” กล่าวว่า Shared Services ทำให้กระบวนการทำงานองค์กรได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และหลายมุมมอง หรือเป็นตัวช่วยคัดกรองกระบวนการทำงานของธุรกิจที่บริษัทกำลังดำเนินการอยู่ได้อย่างดี ส่งผลให้ทุกวันนี้ทำให้ฝ่ายบัญชีกลายเป็นหนึ่งในทีมช่วยวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ของปูนซิเมนต์ไทยได้เป็นอย่างดี เนื่องจากจะเป็นด่านสุดท้ายที่ทำการตรวจสอบอะไรที่จะควรควบรวมธุรกิจหรือซื้อกิจการหรือไม่
อย่างไรก็ดี หากแบ่งเป็นยุคที่บริษัทเริ่มใช้ Shared Services กับฝ่ายบัญชีสามารถแบ่งเป็นยุคได้ ดังนี้คือ
ยุคแรก คือ 2545-2549 เป็นช่วงที่บริษัทอยู่ในช่วงกำลังเปลี่ยนถ่ายทอดบุคลากร จัดกระบวนการ ปรับองค์กร เพื่อรวมฝ่ายบัญชีมาไว้ส่วนงานเดียวกันทั้งหมดจากเดิมที่ทุกหน่วยธุรกิจของบริษัทจะมีฝ่ายบัญชีโดยเฉพาะ โดยจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อนำมาปรับกระบวนการทำงานให้เกิดประสิทธิผล ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงานได้ แต่ยังสามารถรักษามาตรฐานในการดำเนินงานได้ดีจากการนำเครื่องมือและระบบเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการทำงาน
ยุคที่สอง คือ 2550-2555 เริ่มนำเครื่องมือมาใช้ในกระบวนการบริหาร แบ่งเป็น แผนระยะสั้น กลาง หรือยาว โดยมีบิสิเนส สกอร์การ์ด มาดูแลพนักงาน พร้อมกับเริ่มลุยทางด้าน Business Intelligence ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องมีฐานข้อมูลรองรับ เพราะมีระบบวิเคราะห์ที่ชาญฉลาดเพื่อที่จะตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกสถานการณ์ ซึ่งจะเป็นตัวแปรที่จะช่วยทำให้เพิ่มคุณค่าต่อกระบวนการทำงาน และทำให้กระบวนการทำงานสามารถผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มคุณค่า (HVA) ได้
ยุคปัจจุบันถึงอนาคต ตั้งแต่ 2556-2558 คือการเตรียมความพร้อมในสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดำรงอยู่เพื่อก้าวสู่การแข่งขันในระดับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มากขึ้น ซึ่งถึงวันนี้ก็มีลูกค้าของบริษัทที่ให้บริษัทไปแนะนำการทำบัญชีให้ อาทิ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์ ของศิริราชพยาบาล
โชคดีที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย มีวัฒนธรรมไทยหรือแนวคิดแบบคนปูนซิเมนต์ (Sub Culture) ทำให้พนักงานยอมรับที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อไปสู่เป้าหมายองค์กรในระยะยาวได้ หากนโยบายหลักต้องการเดินหน้าไปอย่างไร ทุกหน่วยงานต่างก็พร้อมที่จะขับเคลื่อนเพื่อพาองค์กรไปข้างหน้าเช่นกัน และพอมีเครื่องมือในการทำงานครบ จึงทำให้บุคลากรสามารถพัฒนาระบบการคิด วิสัยทัศน์และเปิดมุมมองที่ทำให้บริษัทเติบโตไปยังองค์กรระดับภูมิภาคและระดับโลกได้ด้วย เช่น การซื้อกิจการ การควบรวบกิจการ
สำหรับสโลแกนของสำนักงานบัญชี ซึ่งเป็นแนวทางของฝ่ายที่จะเป็นตัวกระตุ้นและข้อพึงปฏิบัติที่นักบัญชีปัจจุบันพึงมีคือ “REACH”
มีความหมายดังนี้ “R”-Recognize our people : คือ การที่ต้องรู้จักเปิดใจยอมรับความเห็นและความแตกต่างของผู้อื่น “E”-Eager to learn คือ เป็นบุคคลที่ต้องใฝ่รู้ กล้าคิดนอกกรอบ รู้จักปรับตัวเพื่อเปลี่ยนโลกของการทำงานให้ดีขึ้น “A”-Accuracy & Transparency ต้องมีความแม่นยำ โปร่งใส และมีความถูกต้องในข้อมูลและสิ่งที่ทำอยู่ตามหลักวิชาชีพ “C”-Customer Focused ต้องมีความใส่ใจลูกค้า และ “H”–High Performing คือ กระตุ้นตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอเพื่อหาความเป็นเลิศให้ตัวเอง
คงไม่ต้องแปลกใจที่ปูนซิเมนต์ไทยสามารถขยายการลงทุนและสร้างผลประกอบการที่เติบโตขึ้นต่อเนื่องได้ เพราะขนาด “กานต์ ตระกูลฮุน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ยังยกความสำเร็จขององค์กรหลายครั้งที่เกิดขึ้นได้ เพราะมีฝ่าย HR เป็นมือขวา ขณะที่เรื่องบัญชีถือว่าเป็นมือซ้าย
ทั้งนี้ เพราะถือว่านักบัญชีเป็นส่วนสนับสนุนสำคัญที่ทำให้การเข้าไปซื้อกิจการประสบความสำเร็จเนื่องจากข้อมูลที่ได้รับจากนักบัญชี นอกจากมีความถูกต้องครบถ้วนแล้ว ยังมีการวิเคราะห์ในหลายมุม ข้อมูลทางการเงินช่วยให้เรารู้ว่าจะทำอะไรอย่างไร พร้อมตัดสินใจเชิงรุกในการดำเนินธุรกิจได้ นักบัญชีนับเป็นด่านสุดท้ายขององค์กร
นอกจากนั้น สามารถเน้นไปที่ธุรกิจหลักได้เต็มที่ เพราะมีการควบคุมนโยบายทางบัญชีจากส่วนกลางที่มีประสิทธิภาพ เกิดการประหยัดต่อขนาดและจากการลงทุนในเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ สำคัญช่วยยกระดับวิชาชีพบัญชีและความก้าวหน้าของพนักงานในสายวิชาชีพนี้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น







