
ดันนิคมอุตฯฮาลาลเชียงใหม่
ชูศักยภาพแหล่งวัตถุดิบโลจิสติกส์ขึ้นแท่นฮับเชื่อมประเทศลุ่มน้ำโขง
ชูศักยภาพแหล่งวัตถุดิบโลจิสติกส์ขึ้นแท่นฮับเชื่อมประเทศลุ่มน้ำโขง
ดันแจ้งเกิดนิคมอุตฯ ฮาลาลเชียงใหม่ พร้อมขึ้นแท่นฮับการผลิตลุ่มน้ำโขงรับเปิดเออีซี
นายเฉลิมชาติ นครังกุล ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนให้ จ.เชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาล โดยจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลใน จ.เชียงใหม่ จากเดิมที่รัฐบาลเคยวางแผนที่จะตั้งนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลในจังหวัดทางภาคใต้ เนื่องจากมองว่าเชียงใหม่มีศักยภาพเป็นแหล่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารฮาลาล มีระบบโลจิสติกส์ที่สะดวกในการขนส่งสินค้า และยังสามารถเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) ได้
“เชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดที่มีชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่ราว 5 หมื่นคน และมาจากหลายเชื้อสายทั้งจีน อินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน และมลายู อีกทั้งในเชียงใหม่ยังมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาหารฮาลาลจำนวนมากกระจายอยู่ในธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร เบเกอรี่ เครื่องสำอางและยา ในอนาคตเมื่อไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อาหารสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิมต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน อย.หรือฮาลาลเท่านั้น” นายเฉลิมชาติ กล่าว
ปัจจุบันใน จ.เชียงใหม่ มีกิจการที่ได้รับรองมาตรฐานฮาลาลทั้งหมดราว 100 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมในอนาคต จึงจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์ในการรณรงค์สร้างการรับรู้และเห็นความสำคัญอย่างกว้างขวางต่อไป ในอนาคตผู้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลจะได้สิทธิประโยชน์มากขึ้น เพราะเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศในการเปิดตลาดฮาลาล
ด้าน นายนคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า จ.เชียงใหม่ ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีและอยู่ภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคหลายกรอบ เช่น ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดีเจ้าพระยาแม่โขง (แอคเมคส์) และรวมถึงอาเซียนด้วย ในส่วนของอาหารฮาลาลนั้น ไทยมีความได้เปรียบอยู่แล้วได้รับการยอมรับในระดับสากล และอาหารไทยหลายเมนูก็ได้รับความนิยมในระดับโลก หากทำให้ผู้ประกอบการรู้และเข้าใจฮาลาลจะยิ่งทำให้อาหารหรือสินค้าต่างๆ ได้รับความนิยมสูงขึ้นไปด้วย ชาวมุสลิมก็จะหันมาบริโภค กลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่มุสลิมก็บริโภคได้เช่นกัน เพราะนอกจากจะถูกหลักศาสนาอิสลามแล้ว ยังมีศูนย์วิทยาศาสตร์ ฮาลาลรับรองด้านสุขอนามัย
ทั้งนี้ กรมได้เปิดโครงการอบรมผู้ปรุงอาหารฮาลาล (พ่อครัว) ขึ้นมา เพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการปรุงอาหารฮาลาล รวมทั้งการบริการฮาลาล โดยตั้งเป้าจะผลิตบุคลากรด้านฮาลาลให้ได้อย่างน้อย 1 หมื่นคนภายในปี 2558







