
บริษัทโฮลดิ้งอีกหนึ่งกลยุทธ์บุกพม่า
บทความฉบับนี้จะอธิบายเพิ่มเติมถึงรูปแบบการลงทุนข้ามชาติอีกลักษณะหนึ่ง หรือที่เรียกกันว่า โครงสร้างการลงทุนแบบบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company Structure) กับการลงทุนโดยนักลงทุนไทยในพม่ากันบ้าง
บทความฉบับนี้จะอธิบายเพิ่มเติมถึงรูปแบบการลงทุนข้ามชาติอีกลักษณะหนึ่ง หรือที่เรียกกันว่า โครงสร้างการลงทุนแบบบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company Structure) กับการลงทุนโดยนักลงทุนไทยในพม่ากันบ้าง
ความหมายของคำว่า “บริษัทโฮลดิ้ง” โดยทั่วไปคือบริษัทที่ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถือหุ้นในบริษัทอื่นเท่านั้น ไม่ได้ประกอบธุรกิจอะไรเป็นของตัวเอง
เหตุผลในการตั้งบริษัทโฮลดิ้งขึ้นมาอาจมีวัตถุประสงค์หลักๆ คือ ใช้เป็นเครื่องมือในการลงทุน (Investment Vehicle) เพื่อประโยชน์ทางภาษี อาทิ ลดหรือขจัดภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายระหว่างประเทศ
ยกตัวอย่างบริษัท A จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายญี่ปุ่นต้องการจะเข้าไปดำเนินธุรกิจในพม่าร่วมกับบริษัทไทย แต่เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA : Double Taxation Agreement) กับพม่า จึงเลือกจะที่จัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งในประเทศไทย และใช้บริษัทไทยดังกล่าวไปลงทุนในพม่าแทนเพื่อที่จะได้รับผลประโยชน์ทางภาษีภายใต้ DTA ระหว่างไทยกับพม่า
หรืออีกกรณีหนึ่งคือใช้เพื่อเป็นเครื่องมือการลงทุน สำหรับกลุ่มบริษัทที่มีการลงทุนหลากหลายธุรกิจ ซึ่งบริษัทเหล่านี้มักเลือกที่จะตั้งบริษัทโฮลดิ้ง ซึ่งจะก่อให้เกิดความสะดวกและคล่องตัวกว่า
หลักพิจารณาว่าควรจะตั้งบริษัทโฮลดิ้งเพื่อการลงทุนในพม่าหรือไม่นั้น ควรพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมหลายประการ ซึ่งหลักๆ ได้แก่
1.ต้องรู้ว่าพม่าเป็นภาคีใน DTA กับประเทศที่บริษัทที่จะลงทุนนั้นตั้งอยู่หรือไม่ หากไม่มีอาจพิจารณาจากประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศที่มีบริษัทในเครือตั้งอยู่หรือประเทศใกล้เคียง และทำการเปรียบเทียบว่า DTA ฉบับใดให้ประโยชน์ทางภาษีกับการลงทุนมากที่สุด โดยสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ DTA ที่สำคัญก็จะอยู่ที่การลดหรือยกเว้นอัตราภาษีเงินได้ในบางกรณี ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในกรณีจ่ายเงินจากพม่าไปยังต่างประเทศ (Offshore Payment) ในธุรกรรมบางประเภท เช่น เงินปันผล ดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าสิทธิต่างๆ รายได้ที่มีหลักแหล่งเงินได้ในพม่า เป็นต้น
2.ระยะเวลาของการลงทุน ในกรณีที่นักลงทุนต้องการจะดำเนินธุรกิจในระยะยาว ประเด็นการพิจารณาในการวางแผนทางภาษี จะอยู่ที่ภาระทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินปันผลจากบริษัทในประเทศพม่าไปยังบริษัทโฮลดิ้งที่อยู่ต่างประเทศ และนโยบายการเครดิตภาษีในประเทศของประเทศนั้นๆ
ในขณะที่การลงทุนระยะสั้นนั้นนักลงทุนควรพิจารณาภาระทางภาษีที่เกี่ยวข้องในกรณีรายได้ที่เกิดขึ้นจากการขายหุ้นหรือทรัพย์สินอื่นๆ ในพม่า (Capital Gains Tax) ว่ามีอัตราภาษีเท่าใดและเงินภาษีที่เสียไปในส่วนนี้สามารถนำมาเครดิตในประเทศของผู้ได้รับเงินได้หรือไม่ ซึ่งในกรณีหลังนี้การตั้งบริษัทโฮลดิ้งในประเทศสิงคโปร์อาจเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนมากกว่าตั้งบริษัทโฮลดิ้งในประเทศไทยก็ได้ เพราะอัตราภาษีในเงินกำไรที่ได้จากการขายทรัพย์สินภายใต้ DTA พม่าสิงคโปร์จะอยู่ที่ร้อยละ 10 ในขณะที่ DTA พม่าไทยจะอยู่ที่ร้อยละ 40 ภายใต้เงื่อนไขบางประการ
3.ค่าใช้จ่ายในการรักษาสถานะความเป็นนิติบุคคลของบริษัทโฮลดิ้ง เช่น ค่าจ้างงานกฎหมาย ทำบัญชี ค่าสอบบัญชี และค่าธรรมเนียมต่างๆ เป็นต้น
4.กฎระเบียบภายในของประเทศที่บริษัทโฮลดิ้งตั้งอยู่และพม่า ซึ่งรวมไปถึงการขอใช้สิทธิภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อนด้วย เพื่อพิจารณาว่านักลงทุนมีคุณสมบัติที่จะได้รับสิทธิทางภาษีในประเทศนั้นหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้กล่าวมาข้างต้นถือเป็นเพียงแนวทางการวางแผนทางภาษีแก่นักลงทุนเพื่อให้เข้าใจถึงหลักการพิจารณาในเบื้องต้นเท่านั้น เพราะการวางแผนภาษีถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนและมีรายละเอียดที่ต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากการวางแผนภาษีเพื่อการลงทุนในต่างประเทศแล้วด้วยนั้น เป็นกรณีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายภาษีในประเทศที่นักลงทุนอาศัยอยู่ ประเทศที่บริษัทโฮลดิ้งตั้งอยู่ และประเทศพม่าเป็นผู้ให้คำแนะนำ เพราะเป็นการยากที่จะทำความเข้าใจและศึกษากฎหมายภาษีของประเทศต่างๆ ได้ด้วยตนเอง เนื่องจากบางครั้งหลักกฎหมายและหลักปฏิบัติก็อาจไม่สอดคล้องกันในบางกรณี
อย่างไรก็ตาม เนื้อหาในบทความนี้เป็นคำแนะนำทั่วไปเท่านั้น ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลให้ดีหรือรับคำแนะนำจากผู้มีความชำนาญก่อนการดำเนินการใด







