
ปตท.ทิ้งเวียดนาม
ขายหุ้นเกลี้ยงธุรกิจน้ำมันได้กำไร37ล้านTOPขาดทุน14ล้านไตรมาส4ดีกว่าคาด
ขายหุ้นเกลี้ยงธุรกิจน้ำมันได้กำไร37ล้านTOPขาดทุน14ล้านไตรมาส4ดีกว่าคาด
ปตท.ขายธุรกิจน้ำมันในเวียดนามเกลี้ยง 45% คาดกำไร 37 ล้าน ส่วนไทยออยล์ไตรมาส 4 ขาดทุน 14 ล้าน
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้ดำเนินการจำหน่ายเงินลงทุน 45% ในบริษัท เวียดนาม แอลพีจี (Vietnam LPG VLPG) มูลค่าประมาณ 3.84 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 125 ล้านบาท โดย ปตท.เป็นผู้รับผิดชอบภาระภาษีและค่าธรรมเนียมในการจำหน่าย
ทั้งนี้ ตามงบการเงินของบริษัท ปตท. ณ วันที่ 30 ก.ย. 2556 ได้ลงบัญชีในส่วนเงินลงทุนบริษัทร่วม กลุ่มธุรกิจน้ำมัน ถือหุ้น VLPG สัดส่วน 45% ตามวิธีราคาทุน มูลค่า 87.35 ล้านบาท ส่วนวิธีส่วนได้เสีย มูลค่า 85.49 ล้านบาท และในงวด 9 เดือน ปี 2556 บริษัทได้รับเงินปันผลจากบริษัทแห่งนี้ 20.25 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนได้เงินปันผลจำนวน 33.75 ล้านบาท ทั้งนี้ การขายหุ้นทั้งหมดครั้งนี้ในราคาประมาณ 125 ล้านบาท ปตท.จะได้รับกำไรประมาณ 37.65 ล้านบาท
บริษัทดังกล่าวจัดตั้งและประกอบธุรกิจในประเทศเวียดนามให้แก่ PetroVietnam Southern Gas Joint Stock Company (PVGAS SOUTH) ส่วนราคาที่จำหน่ายเป็นการต่อรองกันอย่างอิสระระหว่างผู้ซื้อ (PVGAS SOUTH) และผู้ขายทำให้ ปตท.ได้รับค่าตอบแทนในระดับที่เหมาะสม
ด้าน บริษัท ไทยออยล์ (TOP) รายงานผลการดำเนินงานปี 2556 มีกำไรสุทธิ 10,393 ล้านบาท ลดลง 1,926 ล้านบาท หรือ 15.63% เทียบกับกำไรสุทธิ 12,319 ล้านบาทในปี 2555 เฉพาะไตรมาส 4 บริษัทขาดทุนสุทธิ 14 ล้านบาท แย่ลงมากจากไตรมาส 3 ที่มีกำไรสุทธิ 7,608 ล้านบาท และรวม 9 เดือน มีกำไรสุทธิรวม 10,407 ล้านบาท
คณะกรรมการมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 1.50 บาทให้ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 3 มี.ค. จ่ายเงินวันที่ 30 เม.ย. 2557
บริษัทชี้แจงว่า ไตรมาส 4 เครือไทยออยล์มีรายได้จากการขายรวม 107,952 ล้านบาท ลดลง 3,803 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการใช้กำลังการกลั่นและราคาผลิตภัณฑ์เฉลี่ยลดลง ประกอบกับส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบของธุรกิจโดยรวมลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตรวมไม่นับผลกระทบจากสต๊อกนํ้ามันลดลง 2.4 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งนี้ ไตรมาส 4 ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,815 ล้านบาท
ปี 2556 TOP มีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐ และมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิเพิ่มขึ้น
สำหรับการขาดทุนสุทธิ 14 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ถือว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เช่น บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ คาดว่าไทยออยล์จะมีขาดทุนสุทธิถึง 389 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มปี 2557 คาดว่าค่าการกลั่นจะทรงตัวใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่5 เหรียญสหรัฐ เพราะอาจถูกกดดันจากโรงกลั่นที่จะขึ้นมาในจีนและอินเดีย จึงปรับลดประมาณการกำไรลง 14% เหลือ 10,164 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) คาดว่าไทยออยล์จะขาดทุนประมาณ 330 ล้านบาท ในไตรมาส 4 และคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาสแรกปีนี้
ด้านราคาหุ้น TOP ปักหัวลงช่วงท้ายตลาด ปิดที่ระดับ 53.25 บาท ลดลง 0.75 บาท







