
ไฟแนนเชียลไดเจสต์
SPCG ขายไฟอีก 2 โครงการ
SPCG ขายไฟอีก 2 โครงการ
น.ส.วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 ก.พ. 2557 บริษัทได้เชื่อมโยงระบบไฟฟ้าเข้าสู่สายส่งของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพิ่มขึ้นอีก 2 โครงการ ประกอบด้วย บริษัท โซล่า เพาเวอร์ (บุรีรัมย์ 3) และบริษัท โซล่า เพาเวอร์ (นครพนม 3)
ขณะเดียวกัน ยังได้ดำเนินการเร่งรัดผลักดันอีก 2 โครงการ เพื่อเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าให้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมส่งกระแสไฟฟ้าเข้าสู่สายส่งของ กฟภ. ในช่วงประมาณปลายเดือน ก.พ.นี้ รวมกำลังการผลิตกว่า 30 เมกะวัตต์
“หากทั้ง 4 โครงการ สามารถจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์เข้าระบบสายส่งของ กฟภ.เรียบร้อยแล้ว ทำให้บริษัทมีโครงการโซลาร์ฟาร์มที่จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว รวมทั้งสิ้น 29โครงการ รวมกำลังการผลิตประมาณ 215 เมกะวัตต์ ซึ่งนับว่าเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อการบรรเทาปัญหาพลังงานไฟฟ้าของประเทศ พร้อมช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศต่อไป ทั้งนี้ ในการ COD ไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งของแต่ละโครงการ บริษัทจะมีรายได้เพิ่มจากการจำหน่ายไฟฟ้าประมาณ 480 ล้านบาทต่อปี” น.ส.วันดี กล่าว
จับขัง 3 หลักทรัพย์
ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้ใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นของบริษัท เด็มโก้ ครั้งที่ 5 (DEMCOW5) บริษัท ไฮโดรเท็ค (HYDRO) และใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้น บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ ครั้งที่ 3 (TASCOW3) เข้าเกณฑ์แคชบาลานซ์ นักลงทุนที่จะสั่งซื้อในวันที่ 17 ก.พ.-28 มี.ค. 2557 ต้องวางเงินสดทั้ง100% ก่อน
BLAND กำไรร่วง 44%
บริษัท บางกอกแลนด์ (BLAND) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2556 มีกำไรสุทธิ 401 ล้านบาท ลดลงถึง 44.45% เทียบกับกำไรสุทธิ 722 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน และรวม 9 เดือน มีกำไรทั้งสิ้น 1,472 ล้านบาท ดีขึ้นเล็กน้อยจากกำไรสุทธิ 1,442 ล้านบาท
นายอนันต์ กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บางกอกแลนด์ ชี้แจงว่า กำไรที่ลดลงเกิดจากรายการพิเศษ เช่น ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน จากการแปลงหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศจำนวน 171 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุนส่วนนี้ จำนวน 60 ล้านบาท และรายได้อื่นๆ ก็ลดลงเหลือ 661 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวน 844 ล้านบาท ขณะเดียวกันดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจำนวน 186 ล้านบาท เป็น 199 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากดอกเบี้ยที่เกิดจากการขายลดตั๋วสัญญาที่ครบกำหนดแล้ว ซึ่งบริษัทได้รับจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง
ฟิทช์คงเครดิต BAY
บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ที่ “A” และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ “AAA(tha)” โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ พร้อมกันนี้ฟิทช์ได้ประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating) ของธนาคารที่ “bbb”
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศและอันดับเครดิตภายในประเทศครั้งนี้ สะท้อนถึงการที่ฟิทช์เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่ BAY จะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษ นอกเหนือจากการสนับสนุนในการดำเนินงานปกติจากสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น Bank of TokyoMitsubishi UFJ, Ltd.’s (BTMU, อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ “A”/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ)
นอกจากนั้น ยังคาดว่า BAY และ BTMU จะมีความเชื่อมโยงการดำเนินงานให้สอดคล้องกันมากขึ้น ภายหลังจาก BAY และ BTMU สาขากรุงเทพฯ ได้เข้ารวมกิจการกันภายในสิ้นปี 2557
แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพของ BAY นั้น สอดคล้องกับแนวโน้มอันดับเครดิตของธนาคารแม่ โดยอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ BAY สะท้อนถึงผลการดำเนินงานอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เงินกองทุนอยู่ในระดับปานกลางและคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารที่ปรับตัวแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน อันดับเครดิตยังพิจารณาถึงขนาดสินทรัพย์ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เครือข่ายธุรกิจภายในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้นและการมีธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น ภายหลังจากการรวมกิจการกันของ BAY และ BTMUสาขากรุงเทพฯ
ฟิทช์เชื่อว่าปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่อ่อนแอลงและหนี้สินภาคครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรและคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารปรับตัวอ่อนแอลงได้
อย่างไรก็ตาม ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนสำรองหนี้สูญที่อยู่ในระดับสูงที่ 141% ณ สิ้นปี 2556 รวมถึงเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่ระดับ 11% ณ ครึ่งปีแรกของปี 2556 น่าจะช่วยรองรับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง







