
"เอทีอาร์"รุกหนักเอเชียแปซิฟิกรองรับคำสั่งซื้อเครื่องบิน
ธุรกิจการบินอยู่ในยุคเฟื่องฟู ทุกสายการบินเห็นศักยภาพการเดินทางทั่วโลกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเอเชียแปซิฟิก จึงมุ่งหน้าสู่ภูมิภาคนี้
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ธุรกิจการบินอยู่ในยุคเฟื่องฟู ทุกสายการบินเห็นศักยภาพการเดินทางทั่วโลกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเอเชียแปซิฟิก จึงมุ่งหน้าสู่ภูมิภาคนี้
ฟิลิปโป แบกนาโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอทีอาร์ ผู้ผลิตเครื่องบินโดยสารเทอร์โบพร็อพจากยุโรป ที่มีแอร์บัส และอลาเนีย อามากิ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมามีผู้โดยสารทางอากาศทั่วโลกกว่า 3,400 ล้านคน 50% โดยสารทางอากาศระยะทางต่ำกว่า 300 ไมล์ทะเล การเดินทางประเภทนี้เป็นการเดินทางในภูมิภาค เน้นความสะดวกของผู้โดยสาร แต่คำนึงถึงการก่อมลภาวะน้อยที่สุด ควบคุมต้นทุนค่าเชื้อเพลิงดีที่สุด อีกทั้งสนามบินในภูมิภาคมักมีทางวิ่งเครื่องบิน (รันเวย์) สั้น จึงต้องใช้เครื่องบินขนาดเล็กที่นั่งไม่เกิน 50-90 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะกับการใช้บนรันเวย์สั้นๆ
ในตลาดนี้เอทีอาร์ครองส่วนแบ่ง 80% ของจำนวนเครื่องบินเล็กทั้งหมดที่มีในตลาด คาดว่าตลาดเครื่องบินเล็กอีก 20 ปีข้างหน้า จะมีถึง 3,000 ลำ เอทีอาร์วางแผนรักษาส่วนแบ่งตลาด 80% ต่อไป
ทั้งนี้ ปี 2553-2556 มียอดสั่งซื้อเครื่องบินเอทีอาร์ 42 และเอทีอาร์ 72 รวม 400 ลำ หรือ 40% ของตลาดรวมเครื่องบินเล็ก อันดับ 2 เอ็มบราเออร์ ของบราซิล รุ่น อี 170 และอี 175 รวม 352 ลำ หรือ 31% และอันดับ 3 มิตซูบิชิ รีเจียนัล เจ็ท ของญี่ปุ่น รุ่น เอ็มอาร์เจ 70 และ เอ็มอาร์เจ 90 รวม 150 ลำ หรือ 13% ส่วนยอดคำสั่งซื้อของลูกค้าทั้งหมดที่มีในมือ (แบ็กล็อก) เอทีอาร์รอส่งมอบ 3 ปีจากนี้ มี 221 ลำ มูลค่ามากกว่า 5,300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.64 แสนล้านบาท สัดส่วนแบ็กล็อกมาจากเอเชียแปซิฟิก 39% มากที่สุดเทียบภูมิภาคอื่นทั่วโลก
จากคำสั่งซื้อเอเชียแปซิฟิกที่พุ่งแรงทำให้เอทีอาร์มองเห็นศักยภาพเติบโตของตลาดในอนาคต คาดว่าเอเชียแปซิฟิกจะครองอันดับสั่งซื้อเครื่องบินขนาดเล็กมากที่สุดในโลกอีก 5 ปี จึงบุกตลาดนี้ เปิดศูนย์อบรมนักบิน รวมถึงช่างเทคนิค สำหรับเครื่องบินเอทีอาร์ 42 และเอทีอาร์ 72 ในไทย ธ.ค. 2557 ถือเป็นศูนย์อบรมแห่งที่ 2 ในเอเชีย จากปัจจุบันมีที่สิงคโปร์และเป็นแห่งที่ 6 ในโลก เพื่อสนับสนุนลูกค้าเอทีอาร์ในภูมิภาคที่ต้องการฝึกอบรมนักบินรองรับเครื่องบินเอทีอาร์ 42 และเอทีอาร์ 72 ที่ทยอยรับไม่กี่ปีข้างหน้า
“แม้เพิ่งเปิดศูนย์ฝึกอบรมในสิงคโปร์ปลายปี 2555 มีนักบิน รวมถึงฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าฝึกอบรมถึงสิ้นปีที่ผ่านมา 500 คน แต่ความต้องการฝึกอบรมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่ากำลังการฝึกอบรมของสิงคโปร์จะไม่เพียงพอ จึงขยายแห่งที่ 2 ของเอเชียแปซิฟิกในไทย ที่เลือกไทยเพราะอยู่ใจกลางเอเชียแปซิฟิก เดินทางสะดวก อีกทั้งในไทยมีลูกค้าสายการบินที่ใช้เครื่องบินเอทีอาร์หลายราย เช่น บางกอกแอร์เวย์ส ที่เพิ่งเซ็นสัญญาสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นเอทีอาร์ 72600 เอส รุ่นล่าสุด 6 ลำ และวางแผนสั่งในอนาคต 2 ลำ มูลค่ารวม 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 6,000 ล้านบาท ทดแทนเอทีอาร์ 72500 เอส ที่ให้บริการปัจจุบัน 8 ลำ” แบกนาโต กล่าว
ขณะที่ผู้สั่งซื้อรายสำคัญอื่นในเอเชียแปซิฟิกจะได้ประโยชน์จากศูนย์ฝึกอบรมที่ไทยด้วย ได้แก่สายการบินไลออน แอร์ ผู้ซื้อรายใหญ่สุด สายการบินมาเลเซีย สายการบินเวียดนาม สายการบินการูดา สายการบินเซบู สายการบินทรานส์เอเชีย และสายการบินในพม่า ที่เป็นตลาดอนาคตไกลของเอทีอาร์
ศูนย์ฝึกอบรมในไทยจะมีหลักสูตร เทคโนโลยีเหมือนศูนย์ฝึกอบรมอื่นทั่วโลก เช่น ห้องจำลองฝึกบินให้นักบินฝึกบินเสมือนจริงก่อนฝึกกับเครื่องบินจริง รวมเหตุการณ์จำลองสำคัญที่ได้จากประสบการณ์จริงลูกค้าเอทีอาร์ เช่น มรสุมเข้า น้ำมันหมดกลางทาง ให้นักบินทดลองเผชิญสถานการณ์หากเจอจะได้รับมือได้
แบกนาโต กล่าวว่า ตราบใดยังมีความต้องการบินในภูมิภาค และมีสนามบินรันเวย์สั้น มีข้อจำกัด เช่น เป็นสนามบินบนเกาะ เครื่องบินขนาดเล็กก็ยังเป็นที่ต้องการต่อไป ซึ่งเอทีอาร์เหมาะใช้ระยะบิน 1 ชั่วโมง มีจุดแข็งสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำทำให้ถูกเลือกใช้
พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า บางกอกแอร์เวย์สใช้เครื่องบินเอทีอาร์กว่า 20 ปีแล้ว และใช้ต่อไปเพราะเป็นฝูงบินปล่อยมลภาวะน้อย สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ อีกทั้งเส้นทางที่บินส่วนใหญ่ข้ามภูมิภาคไปสนามบินรองที่ไม่ได้มีรันเวย์ยาว เช่น สมุย สุโขทัย และตราด จึงตอบโจทย์ได้ดี
อนาคตเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) การเดินทางข้ามในภูมิภาคยิ่งสะดวก สายการบินต่างๆ จึงสั่งซื้อเครื่องบินขนาดเล็กไว้รองรับบริการในภูมิภาคมากขึ้น การแข่งขันในอนาคตคงสูงขึ้นเช่นกัน







