
ฮอนด้าชี้ภาพรวมม.ค.ต่ำ15%
ฮอนด้าแจงตลาดรถ ม.ค. หด 15% ห่วงการเมืองเศรษฐกิจ บริษัทแม่สั่งจับตา
ฮอนด้าแจงตลาดรถ ม.ค. หด 15% ห่วงการเมืองเศรษฐกิจ บริษัทแม่สั่งจับตา
นายสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการส่วนงานการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์เดือน ม.ค. 2557 ที่มียอดจำหน่ายเพียง 6 หมื่นคัน ถือว่าต่ำกว่าสถานการณ์ปกติ 15% ของเดือน ม.ค. เฉลี่ยทุกปีที่ผ่านมาขายเดือนละ 89 หมื่นคัน (ยกเว้นปี 2556) เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อกำลังซื้อ อาทิ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาทางการเมือง
สำหรับฮอนด้ายังคงเป้าหมายยอดจำหน่ายของบริษัทที่มีการคาดการณ์ไว้อยู่ที่ 1.8 แสนคัน ขณะที่ภาพรวมตลาดอยู่ที่ 1.13 ล้านคัน ซึ่งหลังจากนี้การคาดการณ์ต่างๆ ค่อนข้างยาก โดยจะต้องพิจารณาการวางแผนการผลิตและจำหน่ายกันแบบเดือนต่อเดือน
“ปัจจุบันแผนต่างๆ ยังคงเป็นไปตามที่วางไว้ แต่หากเกิดการเปลี่ยนแปลงก็พร้อมปรับ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์” นายสมภพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทิศทางตลาดรถยนต์เริ่มชะลอตัวลงจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ การเมืองและเศรษฐกิจส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจจากดัชนีความเชื่อมั่น ผู้บริโภคที่ลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งมองว่าสินค้ารถยนต์มีความพิเศษอย่างหนึ่ง ที่เมื่อตลาดมีปัจจัยผลกระทบก็จะชะลอการตัดสินใจง่ายกว่าปกติ แต่เมื่อสถานการณ์ผ่านพ้นไปตลาดจะดีดตัวกลับขึ้นมาในภายหลัง
ดังนั้น ในปี 2557 การใช้กิจกรรมส่งเสริมการจำหน่าย (โปรโมชั่น) ในตลาดรวมจะเป็นลักษณะเพื่อการกระตุ้นกำลังซื้อของตลาดมากกว่าการใช้ เพื่อผลักดันยอดขายที่คงค้างไว้เป็นจำนวนมากดังเช่นปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การแข่งขันของรถประเภทรถยนต์นั่งขนาดกลาง (ซีเซ็กเมนต์) จะรุนแรงที่สุดเนื่องจากความเติบโตของตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บีเซ็กเมนต์) และรถยนต์อีโคคาร์ มีอัตราเติบโตที่สูงมาก ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่อาจจะชะลอตัวหรือลดลงของสัดส่วนที่มีในตลาด ซึ่งรถยนต์นั่งขนาดกลางจะมีบทบาทและเติบโตมากขึ้น จึงส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงตาม
นายสมภพ กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การจำหน่ายในปีนี้เชื่อว่าบริษัทมีความคาดหวังกับงาน มหกรรมการจัดแสดงรถยนต์ต่างๆ ที่รวมความต้องการของผู้บริโภคไว้ พร้อมกับการทำงานอย่างหนักของผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ทุกพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดในการจัดทำโรดโชว์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น รวมทั้งการใช้ฐานลูกค้าเก่าของบริษัท ซึ่งเป็นสิ่งมีค่าในการทำตลาดขณะนี้
ขณะที่การแข่งขันตลาดอีโคคาร์ที่จะสิ้นสุดการเข้าร่วมโครงการเฟส 2 ในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งบริษัทต้องปรับการตลาดและผลิตภัณฑ์เพื่อแข่งขันในอนาคต







