
สั่งห้ามไถเงินชาวนา
ลูกค้าโวย1แสนชัก3พันได้ค่าข้าวก่อนธกส.กำชับสาขาอย่าเรียกเงินแลกลัดคิว
ลูกค้าโวย1แสนชัก3พันได้ค่าข้าวก่อนธกส.กำชับสาขาอย่าเรียกเงินแลกลัดคิว
ธ.ก.ส.เข้มพนักงานห้ามเรียกหัวคิวลูกค้าแลกรับเงินจำนำข้าว
รายงานข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวว่าพนักงานของ ธ.ก.ส.บางสาขา มีการทุจริตรีดไถเงินชาวนาที่มารับเงินค่าจำนำข้าวว่ามีการเรียกรับเงิน 3,000 บาทต่อค่าข้าวที่ชาวนาได้รับ 1 แสนบาท เพื่อแลกกับการลัดคิวได้ค่าข้าว โดยเน้นชาวนารายใหญ่ หากไม่จ่ายก็อาจต้องรอนาน
ทั้งนี้ ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ได้มีหนังสือกำชับให้ ธ.ก.ส.ทุกสาขาทั่วประเทศเข้มงวด หากมีกรณีเกิดขึ้นจริงชาวนาที่พบเห็น หรือประสบเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเอง ขอให้แจ้งต่อผู้จัดการสาขานั้นๆ หรือร้องเรียนมาที่สำนักงานใหญ่ได้ โดยให้แจ้งชื่อให้ชัดเจนว่าพนักงานคนดังกล่าวเป็นใคร จากสาขาไหน เพื่อสอบเอาผิดตามกฎหมายและลงโทษทางวินัยถึงขั้นไล่ออก เพราะถือเป็นการทำลายชื่อเสียงของธนาคาร
“ปกติเมื่อ ธ.ก.ส.ได้รับเงินมาทยอยเงินจากรัฐบาลมาจ่ายค่าข้าว เช่น 1,000 ล้านบาท ก็พิจารณาจัดสรรเงินเป็นรายภาคก่อนว่าภาคไหนมีใบประทวนค้างจ่ายมาก และเมื่อโอนเงินให้แต่ละสาขาในแต่ละภาคแล้ว สาขาก็จะติดต่อชาวนาเพื่อให้นำใบประทวนมาทำสัญญาจ่ายเงินตามคิว หากมีการลัดคิวสามารถฟ้องเอาผิดสาขาได้ เพราะเรื่องนี้ถือผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ขณะนี้ฝ่ายปฏิบัติการยังไม่เห็นหนังสือที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ลงนามในหนังสือค้ำประกันให้กับ ธ.ก.ส. เพื่อนำเงินออกมาจ่ายให้ชาวนา วงเงิน 4,000 5,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ การนำเงินของธนาคารไปใช้จำนำข้าวนั้น ต้องเป็นมติจากคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ซึ่งนายกิตติรัตน์ ไม่ได้เป็นเป็นคณะกรรมการ รวมทั้งขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของ ธ.ก.ส.ยังไม่มีความชัดเจนว่าธ.ก.ส.จะนำเงินของธนาคารไปจ่ายได้หรือไม่
อย่างไรก็ดี หากมีเงินที่สามารถจ่ายจำนำข้าวเพิ่มเติม ธ.ก.ส.จะออกหนังสือเวียนภายในระบุว่าแต่ละสาขาจะได้รับการจัดสรรเงินเพื่อจ่ายตามใบประทวนเท่าใด แต่จนถึงวันที่ 13 ก.พ. ยังไม่มีหนังสือเวียนแจ้งไปยังสาขาเกี่ยวกับเงินที่จะได้จัดสรรเพิ่มจ่ายจำนำข้าว
ที่ผ่านมาเงินที่นำมาจ่ายจำนำข้าวนั้นมาจากงบประมาณและจากการขายข้าวที่มีเข้ามาเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2,000 3,000 ล่านบาท คิดเป็นวงเงินที่จ่ายไปแล้วกว่า 6 หมื่นล้านบาท และยังเหลือค้างจ่ายอีกกว่า 1.3 แสนล้านบาท
ธ.ก.ส. ปัดไม่มีหนังสิอ รมว.คลัง เซ็นค้ำเงินกู้อุ้มจำนำข้าว
รายงานข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายปฏิบัติการยังไม่เห็นหนังสือที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ลงนามในหนังสือค้ำประกันให้กับ ธ.ก.ส. เพื่อนำเงินออกมาจ่ายให้ชาวนา วงเงิน 4,000 5,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ การนำเงินของธนาคารไปใช้จำนำข้าวนั้น ต้องเป็นมติจากคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ซึ่งนายกิตติรัตน์ ไม่ได้เป็นเป็นคณะกรรมการ รวมทั้งขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของ ธ.ก.ส.ยังไม่มีความชัดเจนว่าธ.ก.ส.จะนำเงินของธนาคารไปจ่ายได้หรือไม่
อย่างไรก็ดี หากมีเงินที่สามารถจ่ายจำนำข้าวเพิ่มเติม ธ.ก.ส.จะออกหนังสือเวียนภายในระบุว่าแต่ละสาขาจะได้รับการจัดสรรเงินเพื่อจ่ายตามใบประทวนเท่าใด แต่จนถึงวันที่ 13 ก.พ. ยังไม่มีหนังสือเวียนแจ้งไปยังสาขาเกี่ยวกับเงินที่จะได้จัดสรรเพิ่มจ่ายจำนำข้าว
ที่ผ่านมาเงินที่นำมาจ่ายจำนำข้าวนั้นมาจากงบประมาณและจากการขายข้าวที่มีเข้ามาเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2,000 3,000 ล่านบาท คิดเป็นวงเงินที่จ่ายไปแล้วกว่า 6 หมื่นล้านบาท และยังเหลือค้างจ่ายอีกกว่า 1.3 แสนล้านบาท
ไอแบงก์ปัดปล่อยกู้จำนำข้าว แค่ปล่อยกู้ให้กองทุนลูกค้าอิสลามของ ธ.ก.ส.เท่านั้น
นายครรชิต สิงห์สุวรรณ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2557 คณะกรรมการธนาคารได้มีมติอนุมัติเงินกู้ระยะสั้น โดยใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) วงเงิน 1,000 ล้านบาท ระยะเวลา 6 เดือน อัตรากำไร 5.75% ให้กับกองทุนอิสลามของ ธ.ก.ส. เนื่องจากกองทุนดังกล่าวไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินพาณิชย์ หรือแม้แต่ ธ.ก.ส.เอง เพราะสถาบันการเงินดังกล่าว มีรายได้มาจากอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้ผิดหลักศาสนาอิสลาม
ดังนั้น ทางคณะกรรมการธนาคารจึงเห็นควรให้อนุมัติการปล่อยสินเชื่อดังกล่าว เพื่อลูกค้าเกษตรกรที่เป็นอิสลามของ ธ.ก.ส. ซึ่งมีจำนวนถึง 90% ของจำนวนสมาชิกในกองทุนทั้งหมด และในจำนวนดังกล่าวมีถึง 50% ที่เป็นเกษตรกรมุสลิมทางภาคใต้
สำหรับกองทุนดังกล่าวมีเงินฝากจำนวน 1,130 ล้านบาท มีสินเชื่อ 1,200 ล้านบาท ซึ่งเงินของสินเชื่อมีจำนวนมากกว่าจำนวนของเงินฝาก ธนาคารจึงต้องเข้ามาช่วยเหลือลูกค้าที่เป็นชาวมุสลิ







