
เช็กบิลหน่วยงานเบิกงบต่ำ
บัญชีกลางขู่ตัดเงินลงทุนโครงการปี’58ขีดเส้นตาย14ก.พ.ต้องเห็นยอดใช้จ่าย
บัญชีกลางขู่ตัดเงินลงทุนโครงการปี’58ขีดเส้นตาย14ก.พ.ต้องเห็นยอดใช้จ่าย
บัญชีกลางเก้าอี้ร้อน หน่วยงานรัฐเบิกจ่ายงบลงทุนน้อยมาก ขู่ไม่จัดงบปีหน้าให้ถ้ายังทำงานอืด
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 ของหน่วยงานราชการต่างๆ ตามมติของอนุกรรมการเร่งรัดการเบิกจ่าย ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน และได้ให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนภายในวันที่ 14 ก.พ.2557หากหน่วยงานใดเบิกได้น้อยจะพิจารณาไม่จัดสรรงบประมาณปี 2558 ให้ เพื่อที่นำงบไปให้กับหน่วยงานที่เบิกจ่ายได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการเร่งรัดการเบิกจ่ายได้ออกมาตรการดังกล่าวตั้งแต่ปี 2556 ที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ให้มากที่สุด เพราะได้รับผลกระทบทางการเมืองทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างรุนแรง
นายมนัส กล่าวว่า แม้ว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนของปี 2557 ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่หากตัดงบลงทุนในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาทออก จะทำให้ยอดการเบิกจ่ายงบลงทุนโครงการทั่วไปมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการผ่อนผันมาตรการเบิกจ่ายให้มีความคล่องตัวขึ้น เช่น การผ่อนผันการเบิกจ่ายในกรณีที่มีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีผู้ประมูลเพียงรายเดียว สามารถเรียกผู้ประมูลรายเดียวนั้นมาเจรจาต่อรองราคาและดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้วิธีพิเศษได้ มีเป้าหมายเพื่อให้การใช้จ่ายงบลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณมีการเบิกจ่ายมากขึ้น
สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. 2556-31 ม.ค. 2557 วงเงินงบรวม 2.52 ล้านล้านบาท มีการเบิกจ่ายแล้ว 9.47 แสนล้านบาท หรือ 37.51% สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 7.51% แยกเป็นงบประจำ 2.09 ล้านล้านบาท เบิกจ่ายได้ 8.21 แสนล้านบาท หรือ 39.19% และงบลงทุน 4.27 แสนล้านบาท เบิกจ่าย 1.25 แสนล้านบาท หรือ 29.31% สูงกว่าเป้า 7.81%
นายมนัส กล่าวว่า สำหรับการจัดทำงบประมาณปี 2558 ต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาพิจารณา ซึ่งอาจล่าช้าไม่ทันเริ่มใช้วันที่ 1 ต.ค. 2557 แต่กฎหมายให้ใช้กรอบงบประเมินเดิมจ่ายงบประจำไปได้ก่อน แต่งบลงทุนไม่สามารถทำได้ ซึ่งจะทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2558 ล่าช้ามาก กว่าปีนี้ และจะกระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ







