
ทาวาลี เศรษฐกิจทิชชูไลบีเรียจากแผงลอยสู่ธุรกิจสิบล้าน
โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์
โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์
หากได้ติดตามอัตชีวประวัติของเศรษฐีทั่วโลกดูก็จะเห็นได้ว่า จังหวะการก้าวเดินกว่าที่ขึ้นมาประสบความสำเร็จทางธุรกิจของแต่ละคนนั้น ย่อมแตกต่างกันออกไปตามแต่สไตล์วิถีชีวิตและพื้นฐานฐานะ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแต่ละคนจะมีเส้นทางที่ต่างกันออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่เหล่าเศรษฐีส่วนใหญ่มีคล้ายๆ กันนั่นคือ “สัญชาตญาณนักต่อสู้ที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค”
เหมือนดังเช่น ฟอมบา ทาวาลี นักธุรกิจหนุ่มชาวไลบีเรีย ที่สามารถผลักดันตนเองขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการกระดาษชำระ และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษรายใหญ่ในประเทศได้ โดยมีรายได้ต่อปีสูงถึง 6 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 19.8 ล้านบาท) ทั้งๆ ที่เมื่อไม่กี่สิบปีก่อนหน้านั้นเจ้าตัวยังเป็นเพียงแค่พ่อค้าขายรองเท้าแตะข้างถนนเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น
ทาวาลี เผยถึงเส้นทางการต่อสู้ชีวิตว่า ก่อนจะเริ่มต้นทำธุรกิจอย่างจริงจังนั้น เจ้าตัวต้องอพยพลี้ภัยออกจากไลบีเรียไปอยู่แกมเบียในช่วงปี 1989 เนื่องจากในช่วงเวลานั้นในไลบีเรียเกิดภาวะสงครามกลางเมือง ก่อนที่จะกลับสู่บ้านเกิดในเมืองมอนโรเวีย หลังจากความวุ่นวายในประเทศสงบลงในปี 1991
ในทันทีที่ทาวาลีเดินทางกลับบ้าน เจ้าตัวก็เริ่มต้นคิดตั้งตัวด้วยการทำธุรกิจส่วนตัวขึ้นมา โดยธุรกิจแรกที่หนุ่มชาวไลบีเรียจับขึ้นมาเป็นเครื่องมือเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตนเองนั้นไม่ใช่กระดาษชำระ แต่คือ “กิจการขายร้องเท้าแตะ” เนื่องจากทาวาลีเล็งเห็นว่านี่คือธุรกิจที่มีศักยภาพสูงมากในเวลานั้น โดยเฉพาะในช่วงหลังจากสงครามกลางเมือง ที่ผู้คนต่างหนีออกจากบ้านตนเอง ทำให้แต่ละคนไม่มีรองเท้าใส่ติดตัว
“เมื่อสงครามเกิดขึ้น ผู้คนก็ต้องอพยพหนีอีกจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ดังนั้น ผู้คนจึงไม่ได้นำรองเท้าติดตัวไปด้วย และพวกเขาต้องเดินด้วยเท้าเปล่า ฉะนั้น ผมจึงคิดทำธุรกิจรองเท้าแตะขึ้นมา โดยใช้เงินทุนที่ติดตัวมาจากต่างประเทศราว 200 เหรียญสหรัฐ (ราว 6,600 บาท) ในการลงทุนประเดิมทำธุรกิจ” ทาวาลี กล่าวให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็น
หลังจากเริ่มต้นทำธุรกิจรองเท้าแตะที่ทำขึ้นจากยางมาได้ระยะหนึ่ง ในที่สุดดอกผลแห่งการลงทุนลงแรงไปก็เริ่มผลิดอกออกผลมาให้เห็น และกิจการขายรองเท้าที่ร้านค้าเล็กๆ ข้างถนนก็เริ่มขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ จนในปีที่สุดเมื่อปี 2005 เมื่อทาวาลีมีเงินทุนได้ระดับหนึ่ง เจ้าตัวก็ตัดสินใจเริ่มขยายมาทำธุรกิจค้าปลีก โดยขายทั้งผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษไปจนถึงเครื่องสำอางที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ
แม้กิจการขายรองเท้าแตะและค้าปลีกของทาวาลีจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่ดูเหมือนว่านักธุรกิจหนุ่มชาวไลบีเรียจะไม่หยุดยั้งอยู่เพียงเท่านี้ เพราะเจ้าตัวได้เล็งที่จะยกระดับตนเองขึ้นเป็นผู้ผลิตสินค้าขายเอง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่พ่อค้านำเข้าสินค้ามาขายไปวันๆ เท่านั้น
ดังนั้น ทาวาลีจึงเริ่มต้นตั้งบริษัทผลิตและจำหน่ายสินค้าจำพวกกระดาษและเครื่องสุขภัณฑ์ขึ้นมาในปี 2010 โดยใช้ชื่อว่า เนชันแนล ทอยเล็ต ลี อิน คอร์ปอเรต
“ผมพินิจพิเคราะห์ดูแล้วว่า ประชากรของเรามีประมาณ 4 ล้านคน และในจำนวนนี้ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่คิดทำกระดาษ ดังนั้น ทุกคนจึงต้องนำเข้ากระดาษจากต่างประเทศ” ทาวาลี กล่าวพร้อมเสริมว่า ถึงแม้ปัจจุบันธุรกิจกระดาษของเจ้าตัวจะมีลูกค้าอุดหนุนมากถึง 2 ล้านคนในแต่ละวัน แต่กลับยังรู้สึกว่าธุรกิจดังกล่าวยังสามารถขยายตัวได้อีก
ดังนั้น เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นักธุรกิจหนุ่มผู้เคยลี้ภัยสงครามไปอยู่ต่างแดน จึงเริ่มต้นขยายกิจการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยการหันมาผลิตสินค้าที่หลากหลายป้อนสู่ตลาดมากขึ้น เช่น ผ้าอ้อมสำหรับเด็ก กระดาษชำระ ผ้าเช็ดปาก และกระดาษทิชชูเช็ดมือ
จากการที่ทาวาลียังคงมีไฟในการบุกเบิกทำธุรกิจและชอบมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ ทำให้เจ้าตัวมักจะผุดโปรเจกต์ใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอ ซึ่งในปลายปีนี้เจ้าตัวเล็งที่จะขยายกำลังการผลิตสินค้าของโรงงานให้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว และในอนาคตก็เตรียมที่จะขยายตลาดออกไปขายยังต่างประเทศอีกด้วย
ทาวาลี เผยถึงเคล็ดลับที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จว่า เกิดจากความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่เชื่อว่าทุกอย่างต้องทำได้ โดยเห็นได้จากประสบการณ์ชีวิตส่วนตัว ที่สามารถผลักดันตนเองจากธุรกิจขายรองเท้าแตะข้างถนนด้วยเงินทุน 200 เหรียญสหรัฐ จนก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของโรงงานผลิตภัณฑ์จากกระดาษ ที่มีรายได้มากกว่า 6 แสนเหรียญสหรัฐได้อย่างน่าชื่นชม
“นับตั้งแต่ผมเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยเงินทุน 200 เหรียญสหรัฐได้ ผมก็เริ่มรู้สึกว่าทุกคนก็ทำได้เช่นกัน” นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงชาวไลบีเรีย กล่าว
จึงนับเป็นตัวอย่างของการต่สู้และฟันฝ่าอุปสรรคทางธุรกิจที่น่าสนใจเอาเป็นแบบอย่างไม่น้อย เพราะหากตราบใดที่ยังเชื่อและศรัทธาในเป้าหมายอย่างจริงจังแล้ว ความสำเร็จย่อมไม่หนีไกลไปจากมือของเรา







