
บี้รัฐรับผิดชอบกล่าวหาธุรกิจเอกชนเป็นท่อน้ำเลี้ยง
หอการค้าไทยแถลงเรียกร้องให้รัฐบาล-ผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบกล่าวหาภาคธุรกิจเอกชนเป็นท่อน้ำเลี้ยงกปปส. พร้อมตั้งคณะกรรมการดูเรื่องกฎหมาย
หอการค้าไทยแถลงเรียกร้องให้รัฐบาล-ผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบกล่าวหาภาคธุรกิจเอกชนเป็นท่อน้ำเลี้ยงกปปส. พร้อมตั้งคณะกรรมการดูเรื่องกฎหมาย
นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานหอการค้าไทย เป็นตัวแทนคณะกรรมการหอการค้าไทยแถลงจุดยืนกรณีภาคธุรกิจเอกชนถูกกล่าวหาเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับกปปส. ว่า ภาคธุรกิจเอกชนขอเรียกร้องต่อผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ในรัฐบาลรักษาการให้ยุติการการกระทำที่สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และขอให้หยุดการกระทำที่เพิ่มความบอบช้ำให้แก่เศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วย ซึ่งหากเห็นว่าบุคคลหรือองค์กรธุรกิจใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ให้การสนับสนุนต่อกปปส.และผู้ที่รับผิดชอบมีหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายตามที่กล่าวอ้างก็ให้รีบดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ขอให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส อย่าให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัย
"ที่ผ่านมาหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยมีจุดยืนเรื่องธรรมาภิบาล อยู่ในระดับชั้นนำและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นมาตลอด ดังนั้นการออกมาแถลงครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นการตอบโต้แต่เป็นการแสดงจุดยืนอีก เพราะหากผู้รับผิดชอบมีหลักฐานก็ให้รีบดำเนินการทางกฎหมาย แต่หากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดขอให้ยุติการกระทำดังกล่าว เพราะเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับชื่อเสียงของหอการค้าไทยที่สะสมมาเป็นเวลานาน"นายอนุเกียรติ กล่าว
ด้านนายวิชัย อัศรัสกร รองประธานหอการค้าไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้ได้มีการนำเข้าไปหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการหอการค้าไทย และมีมติว่า ในฐานะที่หอการค้าไทยเป็นสถาบันหลักจึงควรออกมาแสดงจุดยืน และขอยืนยันว่า การออกมาครั้งนี้ไม่มีเจตนาที่จะปกป้องผู้ที่กระทำความผิดหากมีหลักฐานแน่ชัด และบัญชีรายชื่อเปิดเผยออกนั้น เป็นรายชื่อที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งต่อไปต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้
อย่างไรก็ดี หอการค้าได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อดูแลด้านกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติและพระราชกำหนดดังกล่าวว่าเป็นอย่างไร และสามารถดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อชื่อเสียงที่สร้างสมกันมาหลายชั่วคน แต่เบื้องต้นนั้น จะยังไม่มีการดำเนินการตอบโต้แต่อย่างใด
"ตอนนี้ผลกระทบโดยตรงที่เกิดขึ้นกับภาคธุรกิจยังไม่มี แต่อาจมีผลกระทบทางอ้อมที่ถูกโยงเข้าไปเกี่ยวกับการเมือง และภาคธุรกิจเอกชนกังวลว่าจะเกิดความไม่เป็นธรรม เพราะอาจถูกดึงไปเกี่ยวกับการเมืองจนกระทบต่อการทำธุรกิจได้"นายวิชัย กล่าว







