
อาหารนอกบ้าน
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รัก พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันที่ดอกกุหลาบแพงที่สุดในประเทศอีกครั้ง ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมหรอกนะครับ แต่มีความรู้สึกว่าถ้าราคากุหลาบเฉลี่ยกันไปทั้งปี เราก็คงมีดอกกุหลาบที่สวยๆ และราคาไม่แพงมาปักแจกันกันได้ตลอด
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รัก พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันที่ดอกกุหลาบแพงที่สุดในประเทศอีกครั้ง ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมหรอกนะครับ แต่มีความรู้สึกว่าถ้าราคากุหลาบเฉลี่ยกันไปทั้งปี เราก็คงมีดอกกุหลาบที่สวยๆ และราคาไม่แพงมาปักแจกันกันได้ตลอด
ผมว่าคงไม่มีชาติไหนแล้วที่จะร่วมฉลองรื่นเริง เนียนได้กับทุกเทศกาลได้เท่ากับคนไทย ตั้งแต่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เลยมาถึงตรุษจีน ร่วงเลยมาถึงวาเลนไทน์ ไทยเรายังไม่หยุดฉลองกันเลย เหนื่อยตับจริงๆ เลยได้ความคิดว่า เทศกาลแห่งความรักอย่างนี้ แทนที่ท่านผู้อ่านจะซื้อดอกกุหลาบหรือช็อกโกแลตให้คนที่รัก ทำไมไม่ลองทำอาหาร หรือขนมง่ายๆ ให้คนที่เรารักเป็นของขวัญแทนน่าสนใจไหมครับ
วันนี้เลยขอนำเสนอเมนูอาหารสำหรับวาเลนไทน์ เอ๊ะ! แต่คิดไปคิดมาแล้ว ขอแนะนำว่าไปรับประทานอาหารนอกบ้านก็ดีเหมือนกัน ได้เปลี่ยนบรรยากาศและได้ชิมอาหารที่เชฟพิถีพิถันปรุงให้เราอีกด้วย ผมแนะนำเป็นประเภทอาหารก็แล้วกันนะครับ เผื่อไว้เป็นทางเลือก อย่างแรกเลยถ้าคิดจะไปทานอาหารข้างนอกบ้านในเทศกาล ขอให้โทรไปจองโต๊ะไว้ก่อนเลยจะได้ไม่หงุดหงิด อย่าฝันนะครับว่าเดินเข้าไปแล้วจะมีที่นั่งให้คุณและคนรักง่ายๆเหมือนในหนัง
อาหารที่ติดอันดับความนิยมในตอนนี้สำหรับผมแล้วคงไม่พ้น
อันดับหนึ่ง อาหารญี่ปุ่น หลายร้านที่เสิร์ฟซูชิเป็นสไตล์ฟิวชั่น บางร้านถึงกับเปิดเป็น Chef’s Table กันเลยทีเดียว ราคาไม่เบา มีทั้งอาหารและไวน์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เสิร์ฟไปด้วยกัน
อันดับต่อมาที่คิดถึงคือ อาหารอิตาเลียน เป็นอาหารอีกชาติหนึ่ง ที่คนไทยเราคุ้นเคยในปัจจุบันนี้ เรามักจะสั่งมาแชร์กัน เหมือนกับอาหารสำรับแบบไทย ซึ่งผมว่าก็ดูน่ารักดีแถมยังได้ชิมอาหารหลากหลายประเภทด้วย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วร้านอาหารอิตาเลียนในเมืองไทยก็ปรับตัวและเข้าใจในวัฒนธรรมการกินแบบไทย ทำให้ลูกค้าก็มีความสุขทางร้านก็มีลูกค้ามาอุดหนุนเยอะขึ้น
อันดับสาม อาหารฝรั่งเศส อาหารที่ถูกปรุงอย่างมีระเบียบแบบแผน ฉะนั้น จึงต้องเสิร์ฟเรียงลำดับกันไป สำหรับอาหารชาตินี้ขอแนะนำให้สั่งเรียงลำดับเป็นคอร์สไป สงสัยอะไรให้บริการแนะนำได้เลย อย่ามาแชร์กันเลย ลำบากในการเสิร์ฟเปล่าๆ
อันดับสี่ อาหารอินเดีย อาหารชาตินี้มีมากมายหลากหลาย แต่ในการเสิร์ฟจะเสิร์ฟเป็นจำนวนน้อย ทำให้เราสามารถสั่งอาหารได้มากชนิดขึ้น บางร้านก็ใช้วิธีการปรุงสมัยใหม่เข้ามาช่วย ทำให้อาหารมีความน่าสนใจมากขึ้น แถมยังมีการจับคู่กับไวน์ อร่อยไปกันใหญ่เลยครับ
อันดับสุดท้าย คงไม่แคล้วเป็นอาหารไทยนะครับ ปัจจุบันอาหารไทยถูกพัฒนาไปมากทั้งการปรุงการตกแต่ง แต่อย่าลืมว่าเสน่ห์ของอาหารไทยอยู่ที่การปรุงรสชาติหลายชนิดให้เข้ากันอย่างกลมกล่อม ฉะนั้น การสั่งอาหารไทยควรคำนึงถึงลักษณะของอาหารที่สั่งมาด้วยกันว่ามีความหลากหลายหรือไม่
หลายปีมาแล้ว มีประสบการณ์ในการไปรับประทานร้านอาหารไทยร้านหนึ่ง ที่แสดงจุดยืนของร้านว่าปรุงและเสิร์ฟอาหารไทยแท้ต้นตำหรับเท่านั้น แต่การเสิร์ฟอาหารไล่ตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อย เป็นข้าวตังหน้าตั้งกับข้าวจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่ามี หลนและมีแกงต้มกะทิ ที่สำคัญอาหารสามชนิดนี้ รสชาติอยู่ในโทนเดียวกันหมด น่าเสียดายจริงๆ ที่เราออกมากินอาหารนอกบ้าน เสียเงินไปค่อนข้างสูง แต่ต้องมานั่งกินอาหารที่ปรุงอย่างดี แต่ถูกแนะนำและเสิร์ฟด้วยความไม่เข้าใจในลักษณะอาหารเลย
ขอยกตัวอย่างให้ฟังจากประสบการณ์ตัวเองเลยนะครับ หลายปีมาแล้วมีความสนใจร้านอาหารไทยร้านหนึ่งที่แสดงจุดยืนของร้านว่า ปรุงและเสิร์ฟอาหารไทยแท้ต้นตำหรับเท่านั้น ผมก็เลยคิดว่าน่าสนใจต้องไปลอง วันนั้นไปกันสามคนเข้าไปถึงที่ร้านก็บาร์เครื่องดื่มที่มีถังใส่น้ำแข็งแช่เครื่องดื่มหลากหลายไว้จนเย็นจัด ก็ยิ่งเพิ่มความอยากอาหารมากขึ้น หลังจากสั่งเครื่องดื่มแล้วก็ไปนั่งที่โต๊ะ ก็มีพนักงานในร้านมาแนะนำอาหาร (มาทราบทีหลังว่าเป็นเจ้าของร้านเอง) พอเครื่องดื่มมาเสิร์ฟก็มีอาหารเรียกน้ำย่อยกรุบกริบมาให้ชิมกัน พี่สาวที่ไปด้วยสั่งเครื่องดื่มค็อกเทลที่มีส่วนผสมของแชมเปญและลิ้นจี่มาดื่ม ตัวแชมเปญยังเย็นไม่พอแต่ที่น่าเสียดายกว่าก็คือลิ้นจี่และน้ำเชื่อมที่ใช้ พึ่งเปิดจากกระป๋องที่อุณหภูมิห้อง เมื่อไปเจอแชมเปญที่ไม่เย็นจัดแล้ว เครื่องดื่มแก้วนี้น่าผิดหวังเลย มาเข้าเรื่องอาหารกันดีกว่า เจ้าของร้านคนสวยก็ตามมาแนะนำอาหารเราก็ถามไปว่า “เอ๊ะ ทำไมเครื่องดื่มค็อกเทลถึงไม่เย็นจัด” คำตอบที่ได้ก็คือ “ก็เสิร์ฟโดยใช้อุณหภูมิที่ถูกต้องแล้วค่ะ ตามที่เรียนมา” เราสามคนเงียบเลย ตอนนี้ก็ถึงเวลาสั่งอาหาร คนสวยคนเดิมก็แนะนำอาหารเรียกน้ำย่อย เป็นข้าวตังหน้าตั้ง กับข้าวจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่ามี หลน และมี แกงต้มกะทิ เราสามคนมองหน้ากันอีกครั้ง แล้วไม่กล้าถามอะไรอีก เพราะเราไม่ได้เรียนมา แต่เราเป็นคนไทย ที่รู้ว่าในอาหารหนึ่งสำรับแล้วต้องกินข้าวตั้งหน้าตั้ง ตามด้วยหลนแหนม ต่อด้วยเนื้อเค็มต้มกะทิ มันคงเป็นสิ่งที่ผิดปกติแล้วสำหรับการกินอาหารไทยในหนึ่งมื้อ เจอกะทิไปสามอย่างแล้ว และที่สำคัญอาหารสามชนิดนี้ รสชาติอยู่ในโทนเดียวกันหมด น่าเสียดายจริงๆที่เราออกมากินอาหารนอกบ้าน เสียเงินไปค่อนข้างสูง แต่ต้องมานั่งกินอาหารที่ปรุงอย่างดีแต่ถูกแนะนำและเสิร์ฟด้วยความไม่เข้าใจในลักษณะอาหารเลย
เขียนไปเขียนมา กลายมาเป็นวิจารณ์ร้านอาหารไปเสียดื้อๆ จริงแล้วประเด็นก็คือ อยากให้ทั้งลูกค้าและทั้งร้านอาหารเอง มีความเข้าใจในหน้าที่ของแต่ละฝ่ายและเข้าใจว่าตัวเองต้องการนำเสนออะไรให้ลูกค้า ฉะนั้น อาหารที่ถูกปรุงและเสิร์ฟด้วยความเข้าใจเอาใจใส่จึงถือว่าเป็นการสืบต่อวัฒนธรรมที่ถูกต้อง ขอให้ท่านผู้อ่านมีความสุขกับการรับประทานอาหารนอกบ้านนะครับ สวัสดีครับ







