posttoday
เมกะโปรเจกต์เวิ้งว้าง

เมกะโปรเจกต์เวิ้งว้าง

13 กุมภาพันธ์ 2557

ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ

ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ

สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังวุ่นวายและการจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศเพื่อให้มี สส.ในสภาไม่ต่ำกว่า 95% เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่น่าจะยืดเยื้อออกไป

ขณะที่การบริหารประเทศอยู่ในมือรัฐบาลรักษาการต่อไปเรื่อยๆ ย่อมก่อให้เกิดสุญญากาศในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะการกู้เงินและก่อสร้างโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ที่มีเม็ดเงินลงทุนมหาศาลที่จะต้องหยุดชะงักลง

ตัวอย่างชัดเจนที่สุด คือ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย เช่น สายสีม่วง ช่วงบางใหญ่บางซื่อ ซึ่งเดิมใช้กู้เงินจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจกา) แต่เงินกู้งวดสุดท้ายวงเงินประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท ได้ปรับไปอยู่ในร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ตลอดจนรถไฟฟ้าสาย สีเขียว ช่วงแบริ่งสมุทรปราการ และสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพงบางแค ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างและต้องใช้วงเงินลงทุน 7,000 ล้านบาท ได้ถูกบรรจุอยู่ในร่าง พ.ร.บ.กู้เงินเช่นกัน

“หาก พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทไม่ผ่าน การก่อสร้างและซ่อมแซมถนนทั่วประเทศ การปรับปรุงด่านศุลกากร รถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ และท่าเรือหลายแห่ง ที่มีวงเงินลงทุนกว่า 8 หมื่น1 แสนล้านบาท ต้องเลื่อนออกไป ซึ่งทางหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมจะต้องปรับโยกโครงการไปไว้ในปีงบ 2558 หรือบางส่วนอาจปรับโยกไปขอใช้งบกลางปี 2557” จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากระทรวงคมนาคมจะแก้เกมด้วยการโยกโครงการลงทุนและงบประมาณออกจากร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน และจะเสนอโครงการให้ ครม.อนุมัติแหล่งเงินกู้ในปีนี้ แต่ขั้นตอนการกู้เงินก็ยังมีอุปสรรคอยู่ เพราะหาก ครม.จะอนุมัติเงินกู้ก็จะต้องเสนอเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ความเห็นชอบ ก็ยิ่งส่งผลให้การเบิกจ่ายและก่อสร้างล่าช้าไปอีก

นอกจากนี้ หากพิจารณาการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ภายใต้งบประมาณปี 2557 และโครงการที่อนุมัติงบผูกพันต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีงบก่อนๆ ก็จะพบว่าการประกาศประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง ดำเนินการโครงการและเบิกจ่ายในปีนี้ เริ่มปรากฏชัดเจนว่า มีปัญหาติดขัดในการเบิกจ่ายงบกันบ้างแล้ว

เพราะตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ กำหนดให้การเบิกจ่ายงบตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป ต้องเป็นอำนาจอนุมัติของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง แต่หากเป็นการเบิกจ่ายงบเกิน 1,000 ล้านบาท จะเป็นอำนาจอนุมัติของ ครม.ที่มีอำนาจเต็ม

ชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ระบุว่า ในส่วนของกรมฯ มีโครงการที่มีปัญหาติดขัดชัดเจนหลายโครงการ เช่น การก่อสร้างถนน จ.นครราชสีมา 1,700 ล้านบาท โครงการขุดลอกแม่น้ำที่ จ.ปัตตานี 180 ล้านบาท โครงการสร้างเขื่อนป้องกันคลื่นบริเวณริมทะเล จ.นครศรีธรรมราช 480 ล้านบาท โครงการพัฒนาชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี 430 ล้านบาท

ด้าน ชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า กรมทางหลวงมีโครงการเกิน 100 ล้านบาท มี 27 โครงการ มูลค่าการลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท ที่จะต้องประมูลก่อสร้าง ในจำนวนนี้มี 3 โครงการที่ต้องรอการอนุมัติงบการลงทุนจากรัฐบาล มูลค่า 3,600 ล้านบาท คือ ถนนเลี่ยงเมืองสุรินทร์ 1,200 ล้านบาท ทางแยกต่างระดับ จ.สงขลา 1,200 ล้านบาท ทางลอดเชียงใหม่ 1,200 ล้านบาท

นี่คือโครงการลงทุนที่จะเป็นหัวรถจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยที่ต้องชะงักงันลงจากสุญญากาศทางการเมืองที่กัดกินประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท