posttoday
แอสเซทพลัสมองญี่ปุ่นไปต่อ

แอสเซทพลัสมองญี่ปุ่นไปต่อ

13 กุมภาพันธ์ 2557

แอสเซท พลัสชู นิปปอน โกรท” 1 ปี กำไร 41% มองหุ้นญี่ปุ่นไปต่อ ลดค่าธรรมเนียมชวนลงทุน

แอสเซท พลัสชู นิปปอน โกรท” 1 ปี กำไร 41% มองหุ้นญี่ปุ่นไปต่อ ลดค่าธรรมเนียมชวนลงทุน

นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า กองทุนเปิดแอสเซทพลัสนิปปอนโกรท (ASPNGF) ซึ่งลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นผ่านกองทุน Nippon Growth Fund สร้างผลตอบแทนในปี 2556 อยู่ที่ 41.31% ซึ่งปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นญี่ปุ่นสร้างผลตอบแทนได้ดีที่สุดในตลาดโลก โดยดัชนีนิกเกอิ 225 ให้ผลตอบแทนประมาณ 56%

“ราคาหุ้นญี่ปุ่นยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตและแนวโน้มเศรษฐกิจยังเติบโตที่ดี จึงเป็นจังหวะเหมาะกับการลงทุน โดยแนะนำให้ลงทุน 6 เดือนขึ้นไป เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากความสัมฤทธิผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่น” นายรัชต์ กล่าว

พร้อมกันนี้ได้แนะนำกองทุน ASPNGF ซึ่งบริษัทได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า โดยลดค่าธรรมเนียมการขายจาก 2% เหลือ 1% จนถึงวันที่ 28 ก.พ.นี้ ลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท

นายรัชต์ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ดัชนีนิกเกอิ 225 ปรับตัวลดลง 10% อยู่ที่ระดับ 14,700 จุด ปรับฐานลงมาจากความกังวลค่าเงินไหลออกของการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอาร์เจนตินาและตุรกี รวมถึงเงินเยนแข็งค่า

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าปีนี้ยังเป็น ปีทองในการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น โดยคาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่ม เพื่อคงให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่องอยู่ที่ประมาณ 105110 เยน/เหรียญสหรัฐ ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกและยังคงนโยบายคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ ส่วนอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในปีนี้ที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 2.40% ช่วยสนับสนุนการบริโภคเอกชน อีกทั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญจะปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพิ่มจาก 8% เป็น 12% ในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนตลาดจากการใช้จ่ายภาครัฐ การเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิกในปี 2020 การประกาศขึ้นภาษีการขายจาก 5% เป็น 8% ในเดือน เม.ย.นี้ ทำให้รัฐบาลเก็บภาษีได้มากแม้อาจทำให้การบริโภคชะลอตัวในระยะสั้น แต่จะสร้างฐานะการคลังที่มั่นคงในระยะยาว และคาดกำไรว่าบริษัท จดทะเบียนจะเติบโต 1520% ส่งผลให้ดัชนีนิกเกอิปรับตัวขึ้นที่ 17,000 จุด

สำหรับกองทุน Nippon Growth Fund จะเน้นลงทุนแบบ Top Down เลือกหุ้นโดยดูว่าอุสาหกรรมใดจะได้ผลดีจากภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่มูลค่าตลาดมากกว่า 1 แสนล้านเยน มากกว่า 90% ของพอร์ตและใช้กลยุทธ์ Bottom up เลือกหุ้นที่ดีและเติบโตในระยะยาวโดยไม่เน้นลงทุนตามดัชนี เช่น หุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มการค้าพาณิชย์ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท