
เฟดส่งสัญญาณดี
นักลงทุนในสินทรัพย์ทุกประเภทต่างโล่งอกไปตามๆ กัน เมื่อได้ฟัง “เจเน็ต เยลเลน” ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ แถลงนโยบายการเงินครั้งแรกต่อสภาคองเกรส โดยเน้นย้ำถึงแผนการของเฟดในการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือคิวอี และยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ อัตรา 00.25% ต่อไป
นักลงทุนในสินทรัพย์ทุกประเภทต่างโล่งอกไปตามๆ กัน เมื่อได้ฟัง “เจเน็ต เยลเลน” ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ แถลงนโยบายการเงินครั้งแรกต่อสภาคองเกรส โดยเน้นย้ำถึงแผนการของเฟดในการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือคิวอี และยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ อัตรา 00.25% ต่อไป
การสานต่อนโยบายของประธานเฟดคนเก่า เบน เบอร์แนนคี เป็นการตอกย้ำถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอย่างแข็งแกร่ง
ตลาดหุ้นทั่วโลกวิ่งกันสลอน นำโดยดัชนีหุ้นในตลาดสหรัฐอเมริกาทั้ง 3 ตัว ต่างปรับตัวขึ้นแรงมากกว่า 1% ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 15,994.77 จุด เพิ่มขึ้น 192.98 จุด หรือ 1.22% ท่ามกลางเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น และราคาทองวิ่งเข้าสู่เป้าหมายระยะสั้น 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน เม.ย. พุ่งขึ้น 15.1 เหรียญสหรัฐ หรือ 1.18% ปิดที่ 1,289.8 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
เยลเลน ได้กล่าวต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติว่า นโยบายการเงินของเฟดจะมีความต่อเนื่อง โดยระบุว่าได้ทำหน้าที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด เมื่อเฟดได้กำหนดกลยุทธ์เชิงนโยบายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และสนับสนุนกลยุทธ์ดังกล่าวอย่างมาก
ประธานเฟด กล่าวว่า ขณะที่เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นในปี 2556 ส่วนตลาดแรงงานของสหรัฐยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพิจารณาปัจจัยชี้วัดด้านแรงงานอื่นๆ ที่นอกเหนือจากอัตราว่างงาน เมื่อมีการประเมินภาวะตลาดแรงงาน
“หากข้อมูลที่กำลังจะมีการเปิดเผยได้สนับสนุนการคาดการณ์ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของภาวะตลาดแรงงาน และเงินเฟ้อปรับตัวสู่เป้าหมายในระยะยาว คณะกรรมการก็มีแนวโน้มจะลดวงเงินในการซื้อสินทรัพย์ลงต่อไปอย่างระมัดระวังในการประชุมครั้งต่อๆ ไป”
แต่ เยลเลน ได้เตือนเกี่ยวกับการด่วนสรุปเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะยาว โดยกล่าวต่อสภาคองเกรสว่า เฟดต้องเห็น “การเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน” เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจก่อนที่จะพิจารณายุติการถอนมาตรการกระตุ้นทางการเงิน
ทั้งนี้ เฟดได้ปรับลดสัดส่วนการซื้อพันธบัตรรายเดือนลงเดือนละ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งในการประชุมเมื่อเดือน ธ.ค. และ ม.ค. จนล่าสุดอยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
รุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวว่า นโยบายการเงินของสหรัฐจะมีความต่อเนื่องและไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ดังนั้นตลาดการเงินจะปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าจะมีการถอนเงินลงทุนออกจากตลาดใหม่ในช่วงนี้ ก็เป็นไปตามที่เคยคาดการณ์ไว้ เพราะในช่วงที่อัดฉีดสภาพคล่องก็มีเงินทุนไหลเข้ามาจนเกินพื้นฐาน จึงต้องมีการไหลออกมากกว่าปกติ แต่เชื่อว่าในระยะยาวเงินทุนต่างชาติจะยังกลับเข้ามาลงทุนในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เพราะเศรษฐกิจโตดีกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว
นักวิเคราะห์ธนชาต มีมุมมองบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ภายหลังถ้อยแถลงประธานเฟดมีมุมมองเป็นบวกต่อเศรษฐกิจ ขณะที่ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำต่อไป และสภาคองเกรสขยายเพดานหนี้สาธารณะสหรัฐต่อไปถึงวันที่ 15 มี.ค. 2558 รวมถึงการ “เก็งกำไร” ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 ปี 2556 รวมถึงการประกาศเงินปันผล และสุดท้ายสถานการณ์การเมืองไร้ข้อสรุป แต่ไม่ “รุนแรง”







