
2หุ้นท่อน้ำเลี้ยงรอด
บิ๊กAPCOย้ำบริจาคส่วนตัวธุรกิจโตตลท.ห่วงยืดเยื้อเอสเอ็มอีกระอัก
บิ๊กAPCOย้ำบริจาคส่วนตัวธุรกิจโตตลท.ห่วงยืดเยื้อเอสเอ็มอีกระอัก
ไม่ตื่นทิ้งหุ้น APCO SPC หลังติดโผท่อน้ำเลี้ยง “พิเชษฐ์” ย้ำบริจาคส่วนตัวไม่กระทบธุรกิจยังโต
ราคาหุ้นของบริษัท สหพัฒนพิบูล (SPC) และบริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ (APCO) ไม่ได้รับผลกระทบจากการที่ติดโผในรายชื่อ ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ได้ประกาศว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับ กปปส. โดยหุ้น SPC ปิดตลาดที่ 42 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า
ขณะที่ APCO ซึ่ง นายพิเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ติดหนึ่งในรายชื่อท่อน้ำเลี้ยง ราคาหุ้นช่วงเช้าปรับตัวลดลงเพียง 0.10 บาท และปิดตลาดที่ 10.30 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
นายพิเชษฐ์ เปิดเผยว่า การบริจาคเงินให้ กปปส.เป็นการส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท และพร้อมหากจะมีการเข้ามาตรวจสอบบริษัท ที่ผ่านมาทำทุกอย่างถูกต้องโปร่งใส 100% และ APCO ถือว่าเป็นบริษัทที่จ่ายเงินได้ภาษีนิติบุคคลมากที่สุดในภาคเหนือ และเป็นบริษัทที่มีกิจกรรมเรื่องเพื่อสังคมและมีความรับผิดชอบต่อสังคมมาตลอด
“ผมไม่ได้ท้าทายนะ แต่พร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบ และการบริจาคเงินผมก็ทำในนามส่วนตัวไม่เกี่ยวกับบริษัท และถ้ามีโอกาสก็จะบริจาคอีกเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถทำได้ เราจะมีความสุขได้อย่างไรถ้าหากประเทศยังมีความวุ่นวาย” นายพิเชษฐ์ กล่าว
สำหรับกรณีนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยังไม่ได้มีการสอบถามมาอย่างเป็นทางการภายหลังจากมีรายชื่อติดโผท่อน้ำเลี้ยงมีเพียงเจ้าหน้าที่โทรมาสอบถาม ซึ่งก็บอกไปว่าเป็นการบริจาคในนามส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบกับการทำธุรกิจหลังได้บริจาคเงิน กปปส. นั้นไม่มีและกิจการก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2556 และในปี 2557 คาดว่ารายได้น่าจะเติบโตอย่างน้อย 10% ซึ่งเป็นการเติบโตตามฐานธุรกิจเดิมจากปีที่ผ่านมายังไม่นับรวมกิจกรรมใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ซึ่งถ้าหากสำเร็จก็จะส่งผลให้รายได้เติบโตจากเดิม 2 เท่าตัว
ปีนี้บริษัทจะเปิดกิจกรรม “ชมรมคนหุ่นสวย” ซึ่งจะให้สาวๆ ที่รักสวยรักงามเข้ามาเป็นสมาชิก หากเห็นผลก็จะทำให้สินค้าของบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นและก็จะมีบัตรให้กับสมาชิกในชมรมตามประเภทเช่นบัตรเงิน บัตรทอง บัตรแพลทินัม ซึ่งหากสำเร็จก็จะสนับสนุนการเติบโตอีกมาก
ด้านผลงานปี 2556 ถือว่าเติบโตดีมากและในวันที่ 17 มี.ค. คณะกรรมการบริษัทจะมีการประชุมเพื่ออนุมัติผลดำเนินงานและอนุมัติการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งในผลงานปี 2556 บริษัทจะมีการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นจากปี 2555 ประมาณ 8090% เนื่องจากผลดำเนินงานโตและในวันที่ 31 มี.ค. จะมีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการจ่ายเงินปันผล
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลท. และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า บจ.ที่ปรากฏรายชื่อเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ไม่จำเป็นต้องมีการชี้แจงรายละเอียดมายังตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากยังไม่มีการชี้มูลความผิดเป็นเพียงการกล่าวหาเท่านั้น อีกทั้งไม่มีความเกี่ยวข้องที่ต้องมารายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แต่อย่างใด
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าเป็นห่วงปัญหาความไม่สงบทางการเมืองที่มีการชุมนุมยืดเยื้อและมีการปิดถนนสายสำคัญต่างๆ ในกรุงเทพฯ จะส่งผลให้ต้นทุนด้านการขนส่งของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบให้มีการเลิกจ้างพนักงานเพื่อเป็นการรักษาธุรกิจไว้ ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางจะมีแรงต้านทานที่น้อยกว่าธุรกิจขนาดใหญ่เมื่อประสบกับปัญหาทางด้านต้นทุน รวมถึงภาคธุรกิจที่มีการติดต่อกับส่วนราชการอาจจะส่งให้ประสบกับปัญหาด้านเงินทุนหมุนเวียน เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการใดๆ กับส่วนราชการได้ในช่วงที่มีการชุมนุม
“ธุรกิจเอสเอ็มอีจะกระทบในเรื่องของต้นทุนด้านการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นจากการชุมนุม ประกอบกับยอดขายที่มีแนวโน้มลดลงจากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง ตรงนี้น่าเป็นห่วงเพราะอาจจะทำให้มีการเลิกจ้างแรงงานมากขึ้น” นายชนิตร กล่าว







