
แนะอสังหาฯฝ่าวิกฤตบริหารเงินสด รอจังหวะลงทุน
ท่ามกลางวิกฤตการเมืองร้อนๆ และเศรษฐกิจไทยในปีม้าที่ส่งสัญญาณว่า ถ้าไม่ “ทรง” ก็ “ทรุด” ส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผู้ประกอบการต้องวางแผนตั้งรับอย่างรัดกุม รองรับความเสี่ยงจากผลกระทบทางการเมืองที่เรื้อรัง
ท่ามกลางวิกฤตการเมืองร้อนๆ และเศรษฐกิจไทยในปีม้าที่ส่งสัญญาณว่า ถ้าไม่ “ทรง” ก็ “ทรุด” ส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผู้ประกอบการต้องวางแผนตั้งรับอย่างรัดกุม รองรับความเสี่ยงจากผลกระทบทางการเมืองที่เรื้อรัง
สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า แม้ว่าการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ประจำไตรมาส 4/2556 จะมีค่า 50.6 ซึ่งลดลงต่ำสุดในรอบ 8 ไตรมาส แต่ดัชนีความคาดหวังในอนาคตคือ การมองไปอีก 6 เดือนข้างหน้าถึงกลางปี 2557 มีค่า 62.0 สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า
ดัชนีสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการคาดหวังสถานการณ์ที่ดีขึ้นในครึ่งปีหลังของปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์จริงในปัจจุบันที่ผู้ประกอบการส่งสัญญาณว่าจะรอเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลังแทนครึ่งปีแรก เพราะส่วนใหญ่เชื่อว่าการเมืองน่าจะคลี่คลายภายในต้นไตรมาส 2 ขณะที่ไม่มีใครสามารถประเมินได้ว่าปลายทางการเมืองจะจบเมื่อใด ซึ่งการที่สถานการณ์การเมืองไม่แน่นอนเช่นนี้ ผู้ประกอบการควรถือเงินสดมากขึ้น ชะลอการก่อหนี้และรอดูสถานการณ์
ขณะที่ยักษ์ใหญ่อย่างค่ายพฤกษา ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า บริษัทเลือกที่จะรอดูสถานการณ์ทางการเมืองเช่นกัน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมให้เตรียมความพร้อมไว้แต่ยังไม่เปิดตัว ถ้าความเชื่อมั่นกลับมาเมื่อไร ค่อยเปิด ไม่ฝืนทุ่มงบเปิดตัวในภาวะที่ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์ในการซื้อเช่นนี้
นอกจากนี้ ต้องบริหารจัดการสภาพคล่องให้ดีถือว่าสำคัญมาก โดยเวลานี้ในตลาดมีสินค้ารอรับรู้รายได้ทั้งระบบ (แบ็กล็อก) มากถึง 2-3 แสนล้านบาท เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญควรจัดการโอนให้ได้และต้องเฝ้าระวังให้ดี
อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ชี้แจงว่า ถ้าการเมืองยืดเยื้อไปถึงกลางปี ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะได้รับผลกระทบอย่างมากและจะสะเทือนไปทั้งระบบ โดยภายใต้ภาวะการขายที่ลำบากแต่ราคากลับไม่ลดเลย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม เพราะราคาที่ดินขึ้นต่อเนื่อง โดยในบางพื้นที่ราคาปรับสูงถึง 20-30% ซึ่งคาดว่าราคาคอนโดมิเนียมในปีนี้จะขยับขึ้น 610% ขณะที่บ้านแนวราบแม้จะมีการขายที่ช้าลง แต่เชื่อว่ายังไปได้ เพราะกลุ่มคนที่ขยายครอบครัวยังต้องการบ้านแนวราบ ส่วนต่างจังหวัดให้วิเคราะห์ให้ดี
ด้าน เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ในมุมของผู้ประกอบการรายกลางก็ควรมีโครงการที่เตรียมพร้อมเปิดขาย แต่ให้รอจังหวะในการเปิดตัวเช่นกัน โดยต้องมีกระแสเงินสดที่ดี เพราะไม่มีใครบอกได้ว่าจะดีขึ้นเมื่อไร อาจจะ 6 เดือนหรือมากกว่า หรืออาจจะดีขึ้นในเร็วๆ นี้ ต้องยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ
อิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา กรุ๊ป กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแห่งการปรับตัวและตรวจสุขภาพทางการเงินขององค์กรให้สำรวจว่า ยอดขายลดลงหรือไม่ ให้ดูสัดส่วนการขายคนเข้ามาเยี่ยมโครงการ 20 คน ขายได้เท่าไร และตอนนี้คนเข้าน้อยแล้วตัดสินใจซื้อหรือไม่ ไม่ซื้อเพราะอะไร เพราะการเมืองหรือเพราะตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เวลานี้คือ การแข่งขันของแบงก์ แม้แบงก์ใหญ่ๆ จะประกาศชะลอปล่อยสินเชื่อบ้านเข้มขึ้น แต่แบงก์เล็กๆ หรือแบงก์ที่มีพอร์ตสินเชื่อบ้านน้อยกลับเริ่มหันมาทำมากขึ้น เพราะสินเชื่อบ้านมีความเสี่ยงที่ปลอดภัยที่สุด จึงยังเป็นแสงสว่างให้ตลาดที่อยู่อาศัยปีนี้เติบโตได้







