posttoday
แบงก์ชาติผวาหนี้ครัวเรือนตามหลอน

แบงก์ชาติผวาหนี้ครัวเรือนตามหลอน

13 กุมภาพันธ์ 2557

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

หนี้ครัวเรือนยังคงเป็นประเด็นสำคัญในการถ่วงเศรษฐกิจไทย และหนี้ครัวเรือนยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้นเมื่อภาวะเศรษฐกิจเข้าโหมดชะลอตัว เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนจะลดลง

รุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวยอมรับว่า ปัญหาที่ชาวนายังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าวเป็นไปได้ที่จะกระทบต่อหนี้ภาคครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยจะมีความเปราะบางเรื่องความสามารถในการชำระหนี้อยู่แล้ว

การสำรวจของ ธปท.ที่ได้จัดทำขึ้นช่วงไตรมาส 4 ปี 2556 โดยได้รับการตอบแบบสอบถามจากธนาคาร 2-3 แห่ง และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) 18 แห่ง ครอบคลุมสินเชื่อ 90.4% ของทั้งระบบ พบว่า สถาบันการเงินส่วนใหญ่เพิ่มความเข้มงวดอย่างต่อเนื่องในสินเชื่อครัวเรือนทุกประเภท ทั้งสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อครัวเรือนอื่นๆ

ขณะนี้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนยังขึ้นลงอยู่ไม่เกิน 80% ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หากรัฐบาลยังคงใช้นโยบายที่บั่นทอนวินัยการออมของครัวเรือนอีก สัดส่วนนี้มีโอกาสขยับขึ้น

ในรายงานการประเมินเสถียรภาพระบบการเงินไทย 2556 ธปท.ระบุว่า การขยายตัวของหนี้ภาคครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงและภาระหนี้ที่มีอยู่มาก ยังเป็นประเด็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพภาคครัวเรือน ซึ่งการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนในอนาคตได้

ในช่วงเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา หนี้ภาคครัวเรือนเร่งขึ้นมากจากในอดีต โดยในช่วงปี 2554-2555 หนี้ภาคครัวเรือน (เงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนของสถาบันการเงิน) ขยายตัวเฉลี่ย 16.8% เร่งตัวขึ้นจาก 10.2% ในช่วงปี 2551-2553

อย่างไรก็ดี ในปี 2556 หนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มลดลง จากการก่อหนี้ที่เร่งตัวมากเมื่อปี 2555 ตอบสนองนโยบายการคืนภาษีสรรพสามิตรถคันแรก เมื่อนโยบายหมดระยะเวลา ก็ทำให้ธนาคารเริ่มเข้มงวดการให้กู้สินเชื่อเพื่อการบริโภค เนื่องจากสัดส่วนสินทรัพย์ทางการเงินต่อหนี้สินของภาคครัวเรือนลดลงเหลือ 2 เท่า ณ ไตรมาส 3 ปี 2556 เทียบกับ 2.5 เท่า ณ สิ้นปี 2553

สอดคล้องกับข้อมูลจากโครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า สัดส่วนรายจ่ายในการชำระหนี้ต่อรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนในไตรมาสแรก ปี 2556 สูงขึ้นมาอยู่ที่ 33.8% จาก 28.6% สะท้อนจากสัดส่วนสินทรัพย์ทางการเงินต่อหนี้สินของภาคครัวเรือนที่ลดลงเหลือ 2 เท่า ณ ไตรมาส 3 ปี 2556 เทียบกับ 2.5 เท่า ณ สิ้นปี 2553

สอดคล้องกับข้อมูลจากโครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า สัดส่วนรายจ่ายในการชำระหนี้ต่อรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนในไตรมาสแรก ปี 2556 สูงขึ้นมาอยู่ที่ 33.8% จาก 29.6% ในปี 2554

ภาระหนี้ที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาคครัวเรือน หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดและกระทบต่อรายได้ โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ ซึ่งมีภาระในการชำระหนี้ที่สูงกว่าครัวเรือนกลุ่มอื่น แนวทางที่จะช่วยลดความเสี่ยง ได้แก่ การรณรงค์ส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนมีวินัยในการออมและให้ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนทางการเงิน

ในภาวะที่ชาวนาขาดรายได้ กิจการเช่าซื้อดูเหมือนจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โกวิท รุ่งวัฒนโสภณกรรมการผู้จัดการ บริษัทราชธานีลิสซิ่ง ซึ่งเน้นการเช่าซื้อรถบรรทุกเปิดเผยว่า หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอลในช่วงเดือน พ.ย. 2556 ถึง ม.ค. 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 3.2% จากปกติอยู่ที่ 2% เนื่องจากเจ้าของรถบรรทุกให้เครดิตค่าเช่ารถกับชาวนาในการขนข้าวเปลือกไปจำนำ แต่เมื่อชาวนาไม่ได้เงินจึงเป็นผลกระทบต่อเนื่องทำให้เจ้าของรถบรรทุกไม่ได้เงินมาชำระเป็นค่างวดได้ จนกลายเป็นเอ็นพีแอล

นอกจากนั้น บริษัทได้เพิ่มการวางเงินดาวน์เป็นเฉลี่ย 25% ขึ้นไป สำหรับสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกซึ่งเป็นพอร์ตหลักของบริษัทจากปกติ 20% พร้อมเพิ่มความเข้มงวดการคัดกรองคุณภาพความเสี่ยงของลูกค้า โดยเน้นปล่อยให้กลุ่มธุรกิจรับจ้างให้บริการขนส่งรถขนาดกลางและขนาดใหญ่เพราะมีความเสี่ยงต่ำจากการทำสัญญาลูกค้าเพื่อให้บริการขนส่งสินค้าที่แน่นอน

โพสต์ทูเดย์ โครงการจำนำข้าวพ่นพิษส่งผลลูกหนี้เบี้ยวหนี้เพิ่ม ธุรกิจตามหนี้บ่น ตามหนี้ยากขึ้น

ประชา ชัยสุวรรณ ประธานชมรมผู้ติดตามหนี้ที่เป็นธรรม และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เชฎฐ์ คอลเลคชั่น แมนเนจเมนท์ เปิดเผยว่า โครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลยังไม่สามารถจ่ายเงินให้กับชาวนาได้ประกอบกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้เกิดปัญหาการค้างชำระหนี้มากขึ้น และการติดตามหนี้ได้ยากลำบากยิ่งขึ้น ลูกหนี้ที่ติดค้างชำระหนี้เพิ่มขึ้น เห็นได้ชัดเจนว่ามาจากโครงการรถคันแรก และเป็นกลุ่มชาวนาที่คาดหวังจะนำเงินที่ได้จากการจำนำข้าวมาชำระหนี้รถยนต์ แต่เมื่อไม่ได้รับเงินนาน 23 เดือน จะเริ่มเป็นหนี้เสีย และจะถูกเพิ่มดอกเบี้ยปรับ บางส่วนจึงต้องอาศัยการกู้เงินนอกระบบมาชำระแทน

"ลูกหนี้บางกลุ่มมีความจำเป็นต้องกดเงินสดจากบัตรกดเงินสด รวมทั้งการขอผ่อนการชำระหนี้ออกไปก่อน เพราะต้องการนำเงินไปช่วยเหลือครอบครัวที่ยังไม่ได้รับเงินจากการจำนำข้าวและมีปัญหาจะต้องหาเงินไปชำระหนี้นอกระบบก่อน ในขณะเดียวกันมีลูกหนี้บางกลุ่มที่มีความคาดหวังจะได้เงินจากครอบครัวที่จำนำข้าวมาโปะชำระหนี้ ก็ขอผ่อนผันการชำระหนี้ออกไปเช่นกัน" นายประชา กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้ธุรกิจการติดตามหนี้จะเติบโต 20-25% ซึ่งขณะนี้มีสถาบันการเงินเริ่มที่จะการประกาศขายหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ออกมาบ้างแล้ว

โดยคาดว่าทั้งปีจะมีธนาคารพาณิชย์เอกชนประกาศขายหนี้เอ็นพีแอลประมาณ 2 หมื่นล้านบาทโดยบริษัทตั้งเป้าหมายการซื้อพอร์ตหนี้มาบริหาร5,000-6,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายการรับจ้างบริหารตามหนี้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หรือมียอดเรียกเก็บหนี้ประมาณ800-900 ล้านบาท

การหันไปใช้สินเชื่อส่วนบุคคลมากขึ้นสอดคล้องกับข้อมูลที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ในเดือนพ.ย. 2556 พบว่า มียอดคงค้างสินเชื่อ ประเภทนี้ทั้งสิ้น 2.98 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 4.93 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.85% เป็นการเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 3,090 ล้านบาท แบ่งเป็นการเพิ่มขึ้นธนาคารพาณิชย์ 1,710 ล้านบาท สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) 1,240 ล้านบาท และสาขาธนาคารต่างชาติ 140 ล้านบาท

สำหรับ (เอ็นพีแอล) เดือน พ.ย. อยู่ที่2.3% เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค. อยู่ที่ 2.2% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จากโครงการรถคันแรก ซึ่งสินเชื่อประเภทนี้มีสัดส่วนการผิดนัดชำระหนี้ 13 เดือน จาก7.1% ในเดือน ต.ค. มาอยู่ที่ 7.3% เดือนพ.ย. แต่มีสัดส่วนเอ็นพีแอลระดับ 1.8% มาอยู่ที่ 1.9% ในเดือน ต.ค. และ พ.ย. 2556 ตามลำดับ ถือว่าเพิ่มขึ้นไม่มาก

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิต รายงานว่า รายงานการขอปลดล็อกและแจ้งการอายัดรถยนต์ในโครงการรถคันแรกจากลีสซิงพบว่า มีลีสซิงอายัดรถยนต์เพียง 1,209 ราย โดยกรมได้จ่ายเงินคืนแล้ว 485 ราย ยังไม่ได้จ่ายเงินคืน 498 ราย และเป็นข้อมูลที่ไม่พบในระบบอีก 226 ราย มีการทิ้งใบจองรถคันแรก 1.2 แสนคัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท