posttoday
เปิดแผน สศค.ดันประกันชีวิตไทยสู่AEC

เปิดแผน สศค.ดันประกันชีวิตไทยสู่AEC

13 กุมภาพันธ์ 2557

โดย...วารุณี อินวันนา

โดย...วารุณี อินวันนา

ปี 2557 กระทรวงการคลังเปิด Roadmap ประกันชีวิตไทย ในการเข้าสู่ AEC สานฝันเอกชนขึ้นชิงที่ 2 ในอาเซียน เคียงคู่มาเลเซีย จากปัจจุบันอยู่อันดับ 3

เสียงประกาศก้องของ ประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เมื่อปลายปี 2556 ว่า ปี 2557 นี้ ธุรกิจประกันวินาศภัยและธุรกิจประกันชีวิตจะต้องมีเบี้ยรับรวมราว 7 แสนล้านบาท และสัดส่วนเบี้ยต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะมีสัดส่วน 6% จากปี 2556 ที่จะมีราว 5% ขยับจากอันดับ 3 บนเวทีอาเซียน 9 ประเทศ ขึ้นมาอยู่ที่ 2 ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่ไทยจะก้าวขึ้นยังตำแหน่งนี้ เพราะผู้ทำประกันยังมีจำนวนน้อยและบริษัทไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน เพียงมีมาตรการสนับสนุนที่ดี

จังหวะเดียวกันนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ นโยบาย ข้อเสนอแนะด้านประกันภัย รวมถึงการพัฒนาธุรกิจประกันภัยและการส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิกรมธรรม์ได้ออกแผน หรือ Roadmap ประกันชีวิตไทยในการเข้าสู่ AEC เพื่อติดปีกให้ธุรกิจประกันชีวิตประกันชีวิตไทยได้โลดแล่นบนเวทีอาเซียน

สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวในงานสัมมนา AEC The challenge of life insurance ที่จัดโดยสมาคมประกันชีวิตไทย ให้ผู้บริหารประกันชีวิตกับหน่วยงานกำกับรับฟังแนวทางการส่งเสริมธุรกิจ

หนึ่งในแผนลำดับแรก คือ การลดต้นทุนจากกฎระเบียบของทางการและลดต้นทุนดำเนินงาน สร้างความแข็งแกร่งการเงิน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

จากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพบริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่ 5 อันดับแรกของประกันสมาชิกในอาเซียน ค่าเฉลี่ยอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนเท่ากับ 56.5% ค่าเฉลี่ยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 18.2% บริษัทประกันชีวิตไทยมีอัตราค่าสินไหมทดแทนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่บริษัทประกันชีวิตสิงคโปร์มีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

ในมุมของ สศค. จะนำมาตรการด้านการคลังเข้าช่วย ด้วยการปรับปรุงระบบจัดเก็บภาษีธุรกิจประกันภัย ให้นำเงินสำรองประกันภัยมาหักค่าใช้จ่ายได้เต็มจำนวนตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย จากปัจจุบันที่เก็บ 65% ของเบี้ยประกันที่ได้รับหลังหักเบี้ยประกันภัยต่อแล้ว และธุรกิจประกันวินาศภัยเก็บ 40% ของเบี้ยประกันที่ได้รับหลักหักเบี้ยประกันภัยต่อแล้ว

เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะระหว่างธุรกิจประกันชีวิตและสถาบันการเงิน ซึ่งปัจจุบันจัดเก็บจากธุรกิจประกันชีวิตและธุรกิจสถาบันการเงิน 2.5% การยกเว้นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายกรณีการกู้ยืมเงินให้เท่ากับธนาคารพาณิชย์ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการควบรวมกิจการ มาตรการภาษีจูงใจประชาชนในการซื้อประกันชีวิต

ขณะเดียวกัน สศค.ยังต้องการเห็นบริษัทประกันชีวิตไทยขยายกิจการในต่างแดน เพื่อขยายฐานลูกค้า เพิ่มรายได้ สร้างเครือข่าย สร้างความแข็งแกร่งให้ตราสินค้า เพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้าและลดต้นทุน

ที่ผ่านมาไทยเริ่มเจรจากับกลุ่ม CLMV แล้ว โดยเสนอให้เปิดบริการประกันสุขภาพให้จัดตั้งธุรกิจในรูปแบบสาขาได้ ส่วนเวียดนามขอให้เปิดการทำประกันภัยโดยตรงได้ กับกัมพูชาเจรจาขอให้เปิดบริการข้ามพรมแดนในสาขาประกันชีวิต และพม่าขอให้เปิดบริการได้เต็มรูปแบบทั้งประกันชีวิต วินาศภัย ประกันภัยต่อ ประกันช่วง และบริการสนับสนุนการประกันภัย

พร้อมกับเตรียมมาตรการด้านการคลังมาช่วย โดยช่วงก่อนการลงทุนจะให้หักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเตรียมตัวไปลงทุนในต่างประเทศได้ 2 เท่า มาตรการภาษีส่งเสริมการซื้อกิจการในต่างประเทศและการส่งเสริมหลังการลงทุน จะแก้ไขหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีเงินปันผลนำกลับหรือให้ยกเว้นภาษีกำไรนำกลับ หรือเงินปันผลในอัตรา 50% ของอัตราภาษีปกติ โดยไม่ต้องมีการกำหนดเงื่อนไข

นี้เป็นเพียงแผน หรือ Roadmap ซึ่งทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจจะต้องร่วมกันทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่นักลงทุนจากทวีปอื่นที่อยู่ห่างไกลจะเข้ามายึดพื้นที่ทางการตลาดของเพื่อนบ้านไปต่อหน้าต่อตา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท