posttoday
ผู้ต้องหากลับคำให้การในชั้นศาลทำได้หรือไม่

ผู้ต้องหากลับคำให้การในชั้นศาลทำได้หรือไม่

13 กุมภาพันธ์ 2557

ท่านผู้อ่านสอบถามมาว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมและให้การรับสารภาพต่อชุดจับกุมและพนักงานสอบสวน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องเป็นคดีอาญาต่อศาล จะกลับคำให้การได้หรือไม่และมีผลเพียงใด เนื่องจากมีข่าวทางสื่อสารมวลชนกรณีหมอนิ่มและมารดา แม่ยายเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ในชั้นตำรวจให้การรับสารภาพและในชั้นศาลให้การปฏิเสธเมื่อมีการยื่นฟ้องและคดีอื่นๆ อีกหลายคดี เช่น คดีจ้างวานฆ่า ไม่ว่าจะเป็นมือปืน คนชี้เป้า คนพาหนี คนจัดหาอาวุธปืน คนสั่งการ ในชั้นจับกุมมักยอมรับสารภาพ แต่เมื่อส่งฟ้องศาลมักให้การปฏิเสธเนื่องจากมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต ทนายคลายทุกข์ขออธิบายข้อกฎหมายและกรณีศึกษาต่างๆ ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบไว้เป็นความรู้ เป็นรายประเด็นดังนี้

ท่านผู้อ่านสอบถามมาว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมและให้การรับสารภาพต่อชุดจับกุมและพนักงานสอบสวน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องเป็นคดีอาญาต่อศาล จะกลับคำให้การได้หรือไม่และมีผลเพียงใด เนื่องจากมีข่าวทางสื่อสารมวลชนกรณีหมอนิ่มและมารดา แม่ยายเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ในชั้นตำรวจให้การรับสารภาพและในชั้นศาลให้การปฏิเสธเมื่อมีการยื่นฟ้องและคดีอื่นๆ อีกหลายคดี เช่น คดีจ้างวานฆ่า ไม่ว่าจะเป็นมือปืน คนชี้เป้า คนพาหนี คนจัดหาอาวุธปืน คนสั่งการ ในชั้นจับกุมมักยอมรับสารภาพ แต่เมื่อส่งฟ้องศาลมักให้การปฏิเสธเนื่องจากมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต ทนายคลายทุกข์ขออธิบายข้อกฎหมายและกรณีศึกษาต่างๆ ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบไว้เป็นความรู้ เป็นรายประเด็นดังนี้

ผู้ต้องหาเมื่อถูกจับไม่ว่าจะเป็นกรณีเจ้าพนักงานเป็นผู้จับหรือในกรณีที่ราษฎรเป็นผู้จับ เจ้าพนักงานผู้จับหรือ

เจ้าพนักงานที่รับมอบตัวผู้ถูกจับต้องแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ 2 ข้อ ข้อแรก มีสิทธิที่จะไม่ให้การ (สิทธิในการนิ่งเฉย) หรือจะให้การก็ได้ แต่ต้องเตือนผู้ถูกจับว่า คำพูดของคุณจะใช้ยันคุณได้ในชั้นศาล หมายถึง นำไปพิสูจน์ความผิดของคุณได้ในชั้นศาล เป็นการเตือนให้ผู้ถูกจับรู้ล่วงหน้าก่อน สิทธิอีกข้อหนึ่งของผู้ถูกจับคือ เจ้าพนักงานผู้จับจะต้องแจ้งผู้ถูกจับว่า คุณมีสิทธิที่จะพบกับทนาย และปรึกษาหารือกับทนายเป็นการส่วนตัวว่าคุณจะให้การอย่างไร จะให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ให้การรับสารภาพบางส่วนหรือที่เรียกว่าภาคเสธ ซึ่งส่วนใหญ่ในชั้นจับกุมตำรวจมักจะไม่ค่อยแจ้งสิทธิหรอกครับ เว้นแต่ผู้ถูกจับแจ้งตำรวจ แต่ตำรวจจะมีวิธีการป้องกันตนเองไม่ให้ผิดกฎหมาย โดยพิมพ์เป็นแบบฟอร์มสำเร็จรูปไว้ในด้านบนของบันทึกการจับกุม ระบุถึงการแจ้งสิทธิไว้อย่างละเอียดชัดเจน ดังนั้น การจับกุมผู้ต้องหาในเมืองไทยกับหนังฮอลลีวู้ดจึงต่างกัน

วิธีการจับบุคคลต้องทำตามที่กฎหมายกำหนด จะใช้วิธีการอื่นไม่ได้

มาตรา 83 ในการจับนั้น เจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ แล้วสั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับพร้อมด้วยผู้จับ เว้นแต่สามารถนำไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบได้ในขณะนั้น ให้นำไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดังกล่าว แต่ถ้าจำเป็นก็ให้จับตัวไป

ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้จับ ต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ หากมีหมายจับให้แสดงต่อผู้ถูกจับ พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่า ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้และถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้และผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ ถ้าผู้ถูกจับประสงค์จะแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจทราบถึงการจับกุมที่สามารถดำเนินการได้โดยสะดวกและไม่เป็นการขัดขวางการจับหรือการควบคุมผู้ถูกจับหรือทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ก็ให้เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ถูกจับดำเนินการได้ตามสมควรแก่กรณี ในการนี้ให้เจ้าพนักงานผู้จับนั้นบันทึกการจับดังกล่าวไว้ด้วย

ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับขัดขวางหรือจะขัดขวางการจับ หรือหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือการป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับนั้น

เมื่อจับตัวบุคคลแล้วต้องนำตัวไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนทันที ไม่ใช่เอาไปเซฟเฮาส์

มาตรา 84 เจ้าพนักงานหรือราษฎรผู้ทำการจับต้องเอาตัวผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนตามมาตรา 83 โดยทันที และเมื่อถึงที่นั้นแล้ว ให้ส่งตัวผู้ถูกจับแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจของที่ทำการของพนักงานสอบสวนดังกล่าว เพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้จับให้เจ้าพนักงานผู้จับนั้นแจ้งข้อกล่าวหา และรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแห่งการจับให้ผู้ถูกจับทราบ ถ้ามีหมายจับให้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบและอ่านให้ฟังและมอบสำเนาบันทึกการจับแก่ผู้ถูกจับนั้น

(2) ในกรณีที่ราษฎรเป็นผู้จับ ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งรับมอบตัวบันทึกชื่อ อาชีพ ที่อยู่ของผู้จับ อีกทั้งข้อความและพฤติการณ์แห่งการจับนั้นไว้ และให้ผู้จับลงลายมือชื่อกำกับไว้เป็นสำคัญเพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและรายละเอียดแห่งการจับให้ผู้ถูกจับทราบและแจ้งให้ผู้ถูกจับทราบด้วยว่าผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้ และถ้อยคำของผู้ถูกจับอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้วให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ซึ่งมีผู้นำผู้ถูกจับมาส่งแจ้งให้ผู้ถูกจับทราบถึงสิทธิตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 7/1 รวมทั้งจัดให้ผู้ถูกจับสามารถติดต่อกับญาติหรือผู้ซึ่งผู้ถูกจับไว้วางใจ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการจับกุมและสถานที่ที่ถูกควบคุมได้ในโอกาสแรก เมื่อผู้ถูกจับมาถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนตามวรรคหนึ่ง หรือถ้ากรณีผู้ถูกจับร้องขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้แจ้ง ก็ให้จัดการตามคำร้องขอนั้นโดยเร็ว และให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจบันทึกไว้ ในการนี้มิให้เรียกค่าใช้จ่ายใดๆ จากผู้ถูกจับ

ในกรณีที่จำเป็น เจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับจะจัดการพยาบาลผู้ถูกจับเสียก่อนนำตัวไปส่งตามมาตรานี้ก็ได้

ถ้อยคำใดๆ ที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในชั้นจับกุมหรือรับมอบตัวผู้ถูกจับ ถ้าถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสารภาพของผู้ถูกจับว่าตนได้กระทำความผิดห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน แต่ถ้าเป็นถ้อยคำอื่น จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับได้ต่อเมื่อได้มีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง หรือตามมาตรา 83 วรรคสอง แก่ผู้ถูกจับแล้วแต่กรณี

การกลับคำให้การในชั้นศาลของจำเลยเมื่อเปลี่ยนจากผู้ต้องหาไปเป็นจำเลย หลังจากพนักงานอัยการยื่นฟ้อง

คดีอาญาต่อศาลแล้ว ตามกฎหมายในนัดพร้อมหรือนัดตรวจพยานหลักฐาน ศาลจะอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังและสอบถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ และต้องการให้ศาลจัดหาให้หรือไม่ก่อนขึ้นอยู่กับความหนักเบาของโทษ หลังจากนั้นจะถามจำเลยว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ จำเลยจะให้การอย่างไรก็ได้หรือจะไม่ให้การก็ได้ ถ้าจำเลยไม่ให้การก็ให้ศาลบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา คำให้การของจำเลยจะขัดหรือแย้งกับชั้นจับกุมหรือชั้นสอบสวนก็ได้ เป็นสิทธิของจำเลย ดังนั้น จำเลยจึงสามารถที่จะกลับคำให้การจากรับสารภาพเป็นปฏิเสธในชั้นศาลก็ได้ แต่ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพถึง 2 ชั้น 2 ขั้นตอน และให้การทันทีทันใดเมื่อถูกจับและคำให้การเป็นผลร้ายแก่ตัวเอง ตัวเองเสียประโยชน์ สภาพของคำให้การมีความน่าเชื่อถือสูง ถึงแม้จะกลับคำให้การศาล ศาลก็เชื่อคำให้การในชั้นสอบสวนและในชั้นจับกุมนำมาประกอบกับพยานโจทก์ลงโทษจำเลยได้ โดยเฉพาะการให้การต่อหน้าสื่อมวลชนจำนวนมากว่าตัวเองเป็นผู้กระทำความผิด สภาพของคำให้การดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือสูงว่าเป็นความจริงให้การไปโดยสมัครใจ ดังนั้นถึงแม้จะกลับคำให้การหลังจากแต่งตั้งทนายความแล้ว มีเวลาปรุงแต่งเนื้อหาเพื่อเอาตัวรอดศาลมักไม่เชื่อ ส่วนใหญ่แพ้คดี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีคำพิพากษาฎีกาหลายฎีกาที่วางบรรทัดฐานว่า ศาลเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาที่ให้การทันทีที่ถูกจับกุมว่าเป็นความจริงเพราะไม่มีเวลาไตร่ตรอง บิดเบือน น่าเชื่อว่าเป็นความจริง

การกลับคำให้การบางคดีก็เป็นประโยชน์ต่อจำเลย บางคดีก็เป็นผลร้ายกับจำเลย ขึ้นอยู่กับฝีมือของทนายความจำเลยนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท