
ประมูลข้าว4.6แสนตันคึกเอกชนร่วม18ราย
กรมการค้าต่างประเทศ เปิดประมูลข้าว 4.6 แสนตัน มีเอกชนร่วม 18 ราย คาดได้เม็ดเงินไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน
กรมการค้าต่างประเทศ เปิดประมูลข้าว 4.6 แสนตัน มีเอกชนร่วม 18 ราย คาดได้เม็ดเงินไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลปีการผลิตนาปี 2554/55 นาปรัง 2555 และปีการผลิต 2555/56 ปริมาณรวม 4.67 แสนตัน แบ่งเป็นการประมูลเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกสำหรับข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น ข้าวเหนียว 10% ข้าวหอมปทุมธานี ข้าวหอมจังหวัด และปลายข้าว ส่วนข้าวขาว 5% เพื่อส่งออก มีผู้ยื่นซองประมูลทั้งสิ้น 20 ซอง จากเอกชน 18 ราย ถือว่าการประมูลรอบนี้มีการยื่นซองประมูลมากสุดนับตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เปิดให้มีการประมูลทั่วไปมา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการค้าข้าวภายในประเทศ และโรงสี มายื่นประมูล ขณะที่กลุ่มผู้ส่งออกมีเพียงไม่กี่ราย
ทั้งนี้สาเหตุที่มีการมายื่นซองเพื่อซื้อข้าวสต๊อกรัฐบาลจำนวนมาก เป็นผลมาจากราคาข้าวในตลาดต่ำสุดในรอบ 5 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2551 โดยราคาเฉลี่ยข้าวสารในตลาดที่เป็นราคาข้าวเก่าปัจจุบัน ซึ่งข้าวขาว 5% ราคาไม่เกิน 13 บาท/กก. ข้าวเหนียว 15-16 บาท/กก. ข้าวหอมมะลิ 27 บาท/กก. ข้าวหอมปทุมธานี 20 บาท/กก.
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ในวันนี้ (13 ก.พ.) จะมีการเปิดซองประมูลเสนอซื้อข้าวสต๊อกรัฐบาล ซึ่งจะมีราคากลางเป็นเกณฑ์ในการต่อรองราคา หากได้ราคาตามเกณฑ์ก็จะเสนอให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ อนุมัติขายข้าว โดยเชื่อว่าหากขายข้าวรอบนี้ได้ทั้งหมดจะได้เงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อส่งคืนกระทรวงการคลัง
อย่างไรก็ตาม กรมได้เพิ่มหลักเกณฑ์ในการชำระเงินให้กับผู้ที่ได้รับการอนุมัติขายข้าว โดยจะต้องเข้ามาทำสัญญาภายใน 3 วัน หลังการได้รับอนุมัติ และเริ่มรับมอบภาย ใน 10 วัน และรับมอบให้เสร็จภายใน 45 วัน เพื่อให้มีการชำระเงินให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ส่วนการประมูลรอบต่อไปคาดว่าจะเปิดประมูลในสัปดาห์หน้าปริมาณไม่ต่ำกว่า 5 แสนตันขึ้นไป โดยจะพยายามระบายข้าวให้ได้เดือนละ 3-4 ครั้ง
“ตอนนี้ก็พยายามทุกช่องทางที่จะระบายข้าว รวมถึงการเปิดช่องทางให้โรงสีเข้ามามีบทบาทซื้อข้าวสต๊อกรัฐบาลด้วย ซึ่งก็ได้แจ้งที่จะกำหนดทีโออาร์สำหรับประมูลข้าวของโรงสี ส่วนผู้ส่งออกก็จะเปิดขายทั้งประมูลและให้ยื่นซื้อทางตรงเข้ามา โดยหากโรงสีใดมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศก็ยื่นซื้อทางตรงเข้ามาได้ ไม่ได้ปิดกั้น เพราะที่ผ่านมากังวลว่าข้าวจะไหลเข้ามาในประเทศ จึงเน้นเรื่องส่งออกเป็นพิเศษ ส่วนจะให้แบ่งซอยเป็นกองย่อยไม่ได้ เพราะมีการประมูลแบบนี้อยู่ที่เอเฟต” นายสุรศักดิ์ กล่าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การขายข้าวยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเลหลังขายข้าว ยังคำนึงถึงราคา เพราะกรมต้องการขายให้ได้ราคาดีสุด และใกล้เคียงกับราคาตลาด ส่วนที่มีการอนุมัติขายให้กับผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ 8 แสนตัน ในราคาต่ำกว่า 1 หมื่นบาท เนื่องจากมีข้าวบางคลังที่เป็นข้าวเก่า ก็จำเป็นจะต้องหักค่าเสื่อมและค่าขนส่งจากคลังที่ตั้งอยู่ไกล ส่วนการคืนเงินจากการขายข้าวในช่วง 2 เดือนนี้ คืนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท และสามารถคืนเงินให้กับกระทรวงการคลังแล้วทั้งสิ้น 1.7-1.8 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากากรประมูลทั่วไปตั้งแต่ปี 2554 ไม่ต่ำกว่า 2.2 ล้านตัน
นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า การเปิดประมูลข้าวครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากภาคเอกชนจำนวนมาก คาดว่าจะมีเงินจากการประมูลครั้งนี้เกือบ 1 หมื่นล้านบาท หากแยกเป็นข้าวหอมกว่า 3 แสนตัน เฉลี่ยราคาจะอยู่ที่ 2.5-2.7 หมื่นบาท/ตัน คิดเงินอยู่ที่ 7,500 -8,100 ล้านบาท ขณะที่ข้าวขาว 5% จำนวนกว่า 1 แสนตัน จะคิดเป็นเงินกว่า 1,000-1,200 ล้านบาท โดยเงินที่ได้รับเงินจากการขายข้าวครั้งนี้ ทางกระทรวงพาณิชย์จะเร่งส่งคืนกระทรวงการคลังต่อไป เพื่อให้ทางกระทรวงการคลังนำไปชำระคืนให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส เพื่อให้ธ.ก.ส นำไปจ่ายเงินคืนให้กับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้
สำหรับเอกชน 18 ราย ประกอบไปด้วย หจก.โรงสีไฟสมบูรณ์การค้า หจก.นำแสงค้าข้าว หจก.โรงสีไฟศรีกรุงลาดกระบัง บริษัทสยามอินดิก้า หจก.โรงสีโชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ หจก.โรงสีบุญเจริญพานิช บริษัทโกลเด้นเกรน เอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัทข้าว ซี.พี. บริษัทโคสตอล เทรดดิ้ง บริษัทเฟรนด์ ไรซ์ บริษัทเอเชีย โกลเด้น ไรซ์ บริษัทแสงไถ่เกรนส์ บริษัทพงษ์ลาภ หจก.โรงสีอรุณพัฒนา และบริษัทร่วมเจริญพัฒนาการข้าว บริษัทอุดมไรซ์ บริษัทกรุงไทยพืชผล บริษัทแคปปิตัลซีเรียส์







