
หมดพลัง
พักนี้เรื่องพลังงานเข้ามาวนๆ เวียนๆ อยู่ในชีวิตผมค่อนข้างมาก เริ่มจากได้ไปนั่งดูการโต้วาทีหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้าจากเขื่อน ตามด้วยเห็นข่าวไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นดับเป็นแถบหลังเกิดพายุหิมะเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
พักนี้เรื่องพลังงานเข้ามาวนๆ เวียนๆ อยู่ในชีวิตผมค่อนข้างมาก เริ่มจากได้ไปนั่งดูการโต้วาทีหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้าจากเขื่อน ตามด้วยเห็นข่าวไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นดับเป็นแถบหลังเกิดพายุหิมะเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ดูสิ่งเหล่านี้ไปก็ตั้งคำถามไป คนไทย คนอาเซียน คนเอเชีย ตลอดจนคนทุกคนบนโลก จำเป็นต้องใช้พลังงานแค่ไหนกันแน่ ถ้าพลังงานเหล่านี้หมดไป เท่ากับ “อยู่ไม่รอด” หรือไม่
มีการคาดการณ์กันครับว่าภายในปี 2573 ทั่วโลกจะมีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นมากถึง 4050% ขณะที่ความสามารถในการผลิตพลังงานและปริมาณทรัพยากรที่ใช้ผลิตพลังงานนั้น “ไม่เพียงพอ”
เชลล์ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ได้ทำการสำรวจเรื่องพลังงานในอนาคตจากกลุ่มตัวอย่าง 8,446 คน ในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก 9 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศในอาเซียน 6 ประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน เวียดนาม และนอกอาเซียนอีก 3 ประเทศ คือ เกาหลีใต้ อินเดีย และปากีสถาน ผลที่ออกมาคือ ผู้ตอบมากกว่า 80% คิดว่า ปัญหาความต้องการพลังงานระยะยาวสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปัญหาด้านการศึกษาและค่าครองชีพ
แต่ละประเทศที่ทำการสำรวจก็มีปัญหาพลังงานแตกต่างกันไป เช่น ไทยและเกาหลีใต้กังวลเรื่องการขาดแคลนพลังงาน อินเดียและสิงคโปร์กังวลเรื่องราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เวียดนามกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำ
ถ้าเจาะกันลงมาในระดับอาเซียนจริงๆ ก็ต้องบอกว่าภาครัฐของเราไม่ได้กังวลกันเฉยๆ มีการทำแผนปฏิบัติการ เรียกว่า ASEAN Plan of Action for Energy Cooperation 20102015 (APAEC 20102015) มุ่งหวังให้อาเซียนมีพลังงานที่สะอาดขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยั่งยืนพอใช้ระยะยาว แถมเปรียบความร่วมมือประดุจ “ประชาคมพลังงานอาเซียน” เสร็จสรรพ
ภายใต้แผนเตรียมการไว้สำหรับ 7 ด้านหลักครับ ประกอบด้วย 1.การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) 2.โครงการเชื่อมโยงท่อก๊าซธรรมชาติอาเซียน 3.เทคโนโลยีพลังงานถ่านหินที่สะอาด 4.การอนุรักษ์และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ 5.การใช้พลังงานทดแทน 6.การวางแผนและนโยบายพลังงานระดับภูมิภาค และ 7.พลังงานนิวเคลียร์โดยการมีส่วนร่วมของภาคพลเรือน
ว่ากันแบบทั่วไป ข้อ 7 น่าจะทำได้ยากสุด เพราะจะมีภาคประชาชนบางส่วนไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน ข้อ 12 และ 6 ก็ดูเป็นเรื่องของภาครัฐเป็นหลัก ข้อที่ประชาชนน่าจะมีส่วนร่วมและ “เอาด้วย” จริงๆ คงเป็นข้อ 35
ข้อ 3 นั้นคือ พลังงานที่ใช้กันมากในโรงงานอุตสาหกรรมปัจจุบัน หากทำให้สะอาดได้ย่อมเป็นประโยชน์ ข้อ 5 ทุกฝ่ายก็พูดกันมานานแล้ว รอเอกชนร่วมกันทำ แต่ข้อที่ผมว่าสำคัญที่สุด คือข้อ 4
เคยมีคนกล่าวไว้ครับว่า พลังงานบนโลกนั้นเพียงพอสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทุกชนิดยกเว้นมนุษย์ เพราะมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการไม่จำกัด
ผมไม่เชื่อครับว่าพลังงานที่เราใช้กันทุกวันนี้เป็นการใช้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว ต้องยังมีส่วนที่เราสามารถลดได้ ประหยัดได้ ไม่ว่าจะในภาคอุตสาหกรรมหรือภาคครัวเรือนก็ตาม
ต้องลองลุกขึ้นมาหาจุดที่ตัวเองใช้พลังงานเกินจำเป็นดูครับ แล้วทำไปเรื่อยๆ อย่าเพิ่ง “หมดพลัง” ไม่งั้นพลังงานอาจหมดอาเซียนไปเสียก่อน







