
รัฐจัดทัพรุกงานแฟร์ตปท.
ตั้งเป้าเพิ่มกิจกรรมอีก20%ปีนี้กัดฟันลุยจัดแสดงสินค้าในไทยต่อ
ตั้งเป้าเพิ่มกิจกรรมอีก20%ปีนี้กัดฟันลุยจัดแสดงสินค้าในไทยต่อ
กรมส่งเสริมการค้าฯ รุกจัดงานแฟร์ต่างประเทศเพิ่ม 20% หนีการเมืองในประเทศหนุนเอสเอ็มอีได้คู่ค้ารายใหม่ รับการเมืองกระทบลูกค้าต่างประเทศไม่มั่นใจสถานการณ์ในประเทศ
นางอัมพวัน พิชาลัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปีนี้กรมจะรุกจัดงานแสดงสินค้า จัดกิจกรรมทางการค้า และร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา ที่มีงานแสดงสินค้าในต่างประเทศประมาณ 1,000 งานต่อปี หรือเพิ่มอีก 200 งาน
ทั้งนี้ เพื่อต้องการให้ผู้ประกอบการไทยและเอสเอ็มอีได้คู่ค้ารายใหม่ และขยายตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากในประเทศเกิดปัญหาการชุมนุมทางการเมืองอาจจะมีผลกระทบต่อลูกค้าต่างชาติที่ต้องการเข้ามาติดต่อซื้อสินค้าภายในประเทศได้
นอกจากนี้ กรมยังได้นำคณะนักธุรกิจไทยไปเจรจาการค้าและหาตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยตลาดใหม่ที่มีความน่าสนใจลงทุน ได้แก่ ตลาดในภูมิภาคอาเซียน จีน อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัว และกำลังซื้อของประชาชนอยู่ในระดับสูง ส่วนเดือน มี.ค.นี้ กรมมีแผนนำนักธุรกิจไทยไปประเทศอิหร่าน เพื่อหาโอกาสลงทุนและขยายธุรกิจ
นางอัมพวัน กล่าวว่า ได้วางนโยบายให้ทูตพาณิชย์ในแต่ละประเทศ หาช่องทางขยายตลาดผ่านออนไลน์ และช่องทางอีคอมเมิร์ซ โดยให้ร่วมมือกับเอกชนในต่างประเทศ เพื่อทำให้สินค้าไทยมีโอกาสไปขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น ประกอบกับมูลค่าตลาดรวมอีคอมเมิร์ซในตลาดโลกมีการเติบโตสูงมาก
“การไปจัดกิจกรรมทางการค้าในต่างประเทศเพิ่มขึ้น จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ทำให้มีโอกาสขยายการลงทุน การตลาด และหาคู่ค้ารายใหม่ เพราะสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้ ก็อาจส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศไม่มั่นใจได้ ดังนั้นกรมจึงต้องรุกจัดงานต่างประเทศมากขึ้น” นางอัมพวัน กล่าว
สำหรับการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศไทยนั้น มีแผนจัดงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ในประเทศประมาณ 78 งาน ซึ่งยังเป็นไปตามแผนงานเดิมที่วางไว้ โดยในช่วงที่ผ่านมามีลูกค้าต่างชาติสอบถามถึงเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย และบางรายก็มีความกังวล แต่ยังไม่มีลูกค้าต่างชาติที่จะชะลอเดินทางเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าในไทย
ทั้งนี้ งานแรกที่จะจัดคือ งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (บางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ 2014) ที่จะจัดในช่วงปลายเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งพบว่ามีคู่ค้าต่างชาติตอบรับเข้ามาร่วมงานในจำนวนที่สูง ส่วนเดือน เม.ย.จะจัดงานมหกรรมแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน (BIG+BIH) ซึ่งเชื่อมั่นว่านักลงทุนยังสนใจเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าในไทยต่อเนื่องอย่างไรก็ตาม การให้คำแนะนำธุรกิจและให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) นั้น กรมยังเปิดให้บริการตามปกติ รวมถึงการขอใบอนุญาตส่งออก ก็สามารถดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ขณะเดียวกัน กรมยังมีการจัดงานสัมมนาในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น เพื่อให้ความรู้และแนะนำการทำธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ เชื่อมั่นว่า จะส่งผลดีให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีโอกาสขยายธุรกิจไปในอาเซียนได้มากขึ้น







